วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ระวัง!!......นั่งท่าเดิมนานๆ เป็นประจำ ทำกระดูกคอเสื่อม หมดสิทธิ์ขยับ
พบมากใน " หนุ่ม-สาวออฟฟิศ " ที่ต้องนั่งทำงานหน้า "คอมพิวเตอร์"
ท่า
เดิมนานๆ อยู่เป็นประจำโดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบท
เป็นเหตุนำมาซึ่งอาการ"ปวดทรมาน" จากปัญหา "หมอนรองกระดูกต้นคอ"
หากเกิดอาการเช่นนี้ แนะนำว่า "ควรรีบ"
ไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อน

โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอหรือบริเวณรอบๆ
สะบักและมัก"ปวดร้าว" มาที่แขน หรือถ้าเป็นมากก็อาจจะ "ชาที่แขน" ร่วมด้วย
ทั้งนี้ผู้ป่วยบางรายไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างตรงจุด
อาจได้รัการรักษาและทำกายภาพบำบัดในเรื่องของ "โรคกล้ามเนื้ออักเสบ"
ซึ่งจะได้ผลดีในระยะเริ่มต้น
แต่ในระยะยาวจะส่งผลให้ยิ่งมีอาการปวดรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก
"หมอนรองกระดูกต้นคอ" ไคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาทแล้ว
อาการที่พบ ได้แก่ คอเคล็ด ปวดร้าวร่างกายซีกขวา บางรายไม่สมารถลุกเดินได้
ต้องนอนราบอย่างเดียว กระดิกตัวไม่ได้เลย แพทย์จะตรวจวินิจฉัยด้วย
เครื่องเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI ซึ่งจะพบว่าคนไข้มี
"หมอนรองกระดูกต้นคอ" แตกไปกดทับเส้นประสาท
ข้อแตกต่างระหว่าง "กล้ามเนื้ออักเสบ" กับ "หมอนรองกระดูกต้นคอ" นั้น
ให้สังเกตว่าถ้าผู้ป่วยเงยหน้าไม่ค่อยได้และมีอาการปวดแสดงว่ามีอาการเกี่ยว
กับ "หมอนรองกระดูก" แต่ถ้าเป็น "กล้ามเนื้ออักเสบ"
เวลาเงยหน้าจะรู้สึกสบายกว่า
ปัจจุบันสามารถรักษาโดยการ
"ผ่าตัดแบบแผลเล็ก" บริเวณต้นคอ เปิดแผลประมาณ2.5 เซนติเมตร
ทำให้ผู้ป่วยฟื้นสภาพเร็ว สามารถไปทำงานได้ตามปกติเร็วขึ้น
หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถลุก เดิน นั่ง ยืน เคลื่อนไหวแขนได้ทันที
ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้อง "นั่งทำงาน" ในท่าเดิมนานๆ คือ
ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบทบ้างเป็นระยะๆ
และออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังหรือกระดูกต้นคอส่วนนั้นให้แข็ง
แรงอยู่เสมอ
ก็จะช่วยลดอาการปวดและการเสื่อมสภาพของกระดูกได้ก่อนวัยอันควร+++
วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
มีเว็บไซต์แล้วได้ประโยชน์อะไร

มีเว็บไซต์แล้วได้ประโยชน์อะไร
1.ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอด 24 ชั่วโมงและสามารถเข้าได้ทุกวัน
2.และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า
3.ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจ คือ ทำให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของท่าน เปรียบเสมือนการโฆษณาอย่างหนึ่ง แต่เป็นการโฆษณาผ่านโลกอินเตอร์เน็ต และการทำเว็บยังทำให้ธุรกิจของท่านมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เมื่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือผลประโยชน์ที่มากขึ้น ปัจจุบันนี้การทำเว็บจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะการลงทุนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาทางด้านสื่ออื่นๆ ทำให้ธุรกิจทำเว็บเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะประเทศ หรือเมืองที่อินเตอร์เน็ตเข้าไปถึง
4.ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับองค์กร บริษัท ห้างร้าน โรงเรียนฯลฯ 
5.คอยทำหน้าที่ ให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค่ะ 
วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555
กำราบพุงแบบไฮเทค
| |

เรื่อง นพ.ประยูร เจนตระกูลโรจน์
รสนิยม การไว้พุงของผู้ชาย ทั้งหน้าท้อง ห่วงยางหรือหลังเอว อันเป็นสัญลักษณ์ของพวกป๋า ๆ และอาเสี่ยในอดีตนั้นหมดสมัยไปแล้วครับคุณผู้อ่าน เพราะนอกจากจะมีผลต่อการใช้ชีวิตและนำมาซึ่งโรคภัยต่าง ๆ แล้วยังเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
บาง คนปล่อยให้ไขมันสะสมเรื่อย ๆ จากพุงนิ่ม ๆ หย่อนคล้อยเป็นผิวเปลือกส้มหรือหนังไก่ กลายเป็นพุงโตกลมแข็งดูเหมือนซูโม่ นอกจากต้องออกกำลังกายควบคู่กับการคุมอาหารแล้ว อาจต้องเสริมด้วยการกำจัดไขมันโดยวิธีของแพทย์ เราจึงขอนำเสนอวิธีการกำจัดไขมันแบบที่เรียกว่า Non-invasiva หรือไม่ต้องใช้เครื่องมือสอดหรือล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ทำให้เจ็บตัว และได้มีวิวัฒนาการเรื่อยมาดังนี้
Massages
วิธี การนวดของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จะช่วยเพิ่มระดับการไหลเวียนของเลือด และยังช่วยให้เซลล์ไขมันแตกตัว โดยต้องนวดแบบใช้แรงหรือลงน้ำหนักมาก ๆ ผิวหนัง กล้ามเนื้อและไขมันที่เชื่อมติดกันจะยืดหยุ่น และช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปได้ ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเผาผลาญไขมัน ยิ่งร่างกายได้รับมาก จะยิ่งช่วยให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้นการนวดอย่างเดียวนั้นจะไม่ทำให้ไขมัน สลายไปได้ แต่ต้องออกกำลังกายหรือทำงานที่ใช้แรงควบคู่ไปด้วยการนวดจึงเป็นการเตรียม ไขมันไว้สำหรับการกำจัดออกภายหลังโดยระบบการกำจัดของเสียของร่างกาย
Vacuum
เป็น ระบบนวดสุญญากาศผสานระหว่างศาสตร์การแพทย์ตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ช่วยสลายไขมัน ลดผิวเปลือกส้ม รอยแตกลาย และกระชับผิว เพราะระบบนวดสุญญากาศทำให้เพิ่มการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลืองได้เป็นอย่างดี
Infrared Ray
เป็น การใช้เครื่องทำความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรดระยะไกล ทำให้ร่างกายสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายที่ดีขึ้นของต่อมเหงื่อ เมื่อร่างกายขับเหงื่อได้มากขึ้นทำให้มีการขับเกลือโลหะหนักและไขมันออกมา มากขึ้นเช่นกัน
Diode Laser
ใช้ สารตัวกลางเลเซอร์เป็นสารกึ่งตัวนำส่งผ่านพลังงานและความร้อนไปยังเซลล์ ไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ไขมันถูกทำลายหรืออ่อนแอลงละลายอยู่ภายในพื้นที่ว่างระหว่างเนื้อ บริเวณนั้น และถูกขับออกมาโดยกระบวนการขับถ่ายตามธรรมชาติของร่างกาย
Mesotherapy
เป็น วิธีการใช้เข็มขนาดเล็ก และเจาะตื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร โดยการส่งตัวยา และแร่ธาตุที่ใช้ในการเผาผลาญไขมันในปริมาณเข้มข้นเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อให้ไขมันแตกตัว ไม่นับว่าเป็นการกำจัดไขมันแบบ Invasive เหมือนกับ Carboxytherapy เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้อ้วนเกินไป หรือมีไขมันแค่เฉพาะส่วนเท่านั้น ทั้งนี้การรับรองมาตรฐานหรือความปลอดภัยยังไม่ชัดเจน
Radiofrequency
เครื่อง มือที่ใช้เทคโนโลยีนี้ จะมีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นความถี่วิทยุออกมา พลังงานจากการแสไฟฟ้าในช่วงคลื่นความถี่ต่ำนี้สามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อ ไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังชั้นใน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบโลหิตและระบบน้ำเหลืองบริเวณนั้น ๆ ไหลเวียนดีขึ้น เซลล์ไขมนแตกตัวออกจากกัน และถูกขับออกจากร่างกายด้วยระบบน้ำเหลือง ซึ่งจะได้ผิวหนังที่กระชับขึ้นด้วย โดยทั่วไปการกำจัดไขมันด้วย เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุนั้นจะใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีอื่นด้วย เช่น Intrared, Diode Laser, Intense Pulsed Light และ Ultrasound เป็นต้น
Ultrasound
เป็น เทคโนโลยีล่าสุดของการสลายไขมันแบบ Non-invasive โดยการส่งคลื่นเสียงความถี่ต่ำแบบเฉพาะเจาะจงไปยังเซลล์ไขมัน ทำให้เยื่อบุเซลล์หลุดออกจากกัน และกระตุ้นให้เกิดการแตกตัวของเซลล์ไขมันให้กระจายเป็นอนุภาคย่อยในที่สุด โดยเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง เช่น เส้นเลือด ผิวหนัง และเส้นประสาท ไม่ได้รับความกระทบกระเทือน และอยู่ในรูปของสารที่สามารถละลายได้โดยง่ายในน้ำ ร่างกายจึงขับไขมันเหล่านี้ออกจากร่างกายโดยระบบการขับถ่าย และได้ผิวที่ตึงกระชับขึ้นไม่มีปัญหาผิวเป็นโพรงหลังทำทรีตเมนต์
ใน ปัจจุบันเป็นยอมรับกันว่า การสลายไขมันด้วยเทคโนโลยี Rediotrequency ผสานกับเทคโนโลยี Ultrasound มีความก้าวหน้า ปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นและได้ผลดีที่สุด แต่อย่าลืมควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ หากคุณละเลยในจุดนี้ ไม่ว่าวิธีการกำจัดไขมันจะไฮเทคขนาดไหนก็คงเอาไม่อยู่หรอกครับ
รสนิยม การไว้พุงของผู้ชาย ทั้งหน้าท้อง ห่วงยางหรือหลังเอว อันเป็นสัญลักษณ์ของพวกป๋า ๆ และอาเสี่ยในอดีตนั้นหมดสมัยไปแล้วครับคุณผู้อ่าน เพราะนอกจากจะมีผลต่อการใช้ชีวิตและนำมาซึ่งโรคภัยต่าง ๆ แล้วยังเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ
บาง คนปล่อยให้ไขมันสะสมเรื่อย ๆ จากพุงนิ่ม ๆ หย่อนคล้อยเป็นผิวเปลือกส้มหรือหนังไก่ กลายเป็นพุงโตกลมแข็งดูเหมือนซูโม่ นอกจากต้องออกกำลังกายควบคู่กับการคุมอาหารแล้ว อาจต้องเสริมด้วยการกำจัดไขมันโดยวิธีของแพทย์ เราจึงขอนำเสนอวิธีการกำจัดไขมันแบบที่เรียกว่า Non-invasiva หรือไม่ต้องใช้เครื่องมือสอดหรือล่วงล้ำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ทำให้เจ็บตัว และได้มีวิวัฒนาการเรื่อยมาดังนี้
Massages
วิธี การนวดของผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จะช่วยเพิ่มระดับการไหลเวียนของเลือด และยังช่วยให้เซลล์ไขมันแตกตัว โดยต้องนวดแบบใช้แรงหรือลงน้ำหนักมาก ๆ ผิวหนัง กล้ามเนื้อและไขมันที่เชื่อมติดกันจะยืดหยุ่น และช่วยให้ออกซิเจนเข้าไปได้ ออกซิเจนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเผาผลาญไขมัน ยิ่งร่างกายได้รับมาก จะยิ่งช่วยให้เกิดการเผาผลาญมากขึ้นการนวดอย่างเดียวนั้นจะไม่ทำให้ไขมัน สลายไปได้ แต่ต้องออกกำลังกายหรือทำงานที่ใช้แรงควบคู่ไปด้วยการนวดจึงเป็นการเตรียม ไขมันไว้สำหรับการกำจัดออกภายหลังโดยระบบการกำจัดของเสียของร่างกาย
Vacuum
เป็น ระบบนวดสุญญากาศผสานระหว่างศาสตร์การแพทย์ตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน ช่วยสลายไขมัน ลดผิวเปลือกส้ม รอยแตกลาย และกระชับผิว เพราะระบบนวดสุญญากาศทำให้เพิ่มการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลืองได้เป็นอย่างดี
Infrared Ray
เป็น การใช้เครื่องทำความร้อนด้วยรังสีอินฟราเรดระยะไกล ทำให้ร่างกายสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายที่ดีขึ้นของต่อมเหงื่อ เมื่อร่างกายขับเหงื่อได้มากขึ้นทำให้มีการขับเกลือโลหะหนักและไขมันออกมา มากขึ้นเช่นกัน
Diode Laser
ใช้ สารตัวกลางเลเซอร์เป็นสารกึ่งตัวนำส่งผ่านพลังงานและความร้อนไปยังเซลล์ ไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ไขมันถูกทำลายหรืออ่อนแอลงละลายอยู่ภายในพื้นที่ว่างระหว่างเนื้อ บริเวณนั้น และถูกขับออกมาโดยกระบวนการขับถ่ายตามธรรมชาติของร่างกาย
Mesotherapy
เป็น วิธีการใช้เข็มขนาดเล็ก และเจาะตื้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร โดยการส่งตัวยา และแร่ธาตุที่ใช้ในการเผาผลาญไขมันในปริมาณเข้มข้นเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อให้ไขมันแตกตัว ไม่นับว่าเป็นการกำจัดไขมันแบบ Invasive เหมือนกับ Carboxytherapy เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้อ้วนเกินไป หรือมีไขมันแค่เฉพาะส่วนเท่านั้น ทั้งนี้การรับรองมาตรฐานหรือความปลอดภัยยังไม่ชัดเจน
Radiofrequency
เครื่อง มือที่ใช้เทคโนโลยีนี้ จะมีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นความถี่วิทยุออกมา พลังงานจากการแสไฟฟ้าในช่วงคลื่นความถี่ต่ำนี้สามารถผ่านทะลุผิวชั้นบนเพื่อ ไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังชั้นใน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียส หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบโลหิตและระบบน้ำเหลืองบริเวณนั้น ๆ ไหลเวียนดีขึ้น เซลล์ไขมนแตกตัวออกจากกัน และถูกขับออกจากร่างกายด้วยระบบน้ำเหลือง ซึ่งจะได้ผิวหนังที่กระชับขึ้นด้วย โดยทั่วไปการกำจัดไขมันด้วย เทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุนั้นจะใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีอื่นด้วย เช่น Intrared, Diode Laser, Intense Pulsed Light และ Ultrasound เป็นต้น
Ultrasound
เป็น เทคโนโลยีล่าสุดของการสลายไขมันแบบ Non-invasive โดยการส่งคลื่นเสียงความถี่ต่ำแบบเฉพาะเจาะจงไปยังเซลล์ไขมัน ทำให้เยื่อบุเซลล์หลุดออกจากกัน และกระตุ้นให้เกิดการแตกตัวของเซลล์ไขมันให้กระจายเป็นอนุภาคย่อยในที่สุด โดยเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง เช่น เส้นเลือด ผิวหนัง และเส้นประสาท ไม่ได้รับความกระทบกระเทือน และอยู่ในรูปของสารที่สามารถละลายได้โดยง่ายในน้ำ ร่างกายจึงขับไขมันเหล่านี้ออกจากร่างกายโดยระบบการขับถ่าย และได้ผิวที่ตึงกระชับขึ้นไม่มีปัญหาผิวเป็นโพรงหลังทำทรีตเมนต์
ใน ปัจจุบันเป็นยอมรับกันว่า การสลายไขมันด้วยเทคโนโลยี Rediotrequency ผสานกับเทคโนโลยี Ultrasound มีความก้าวหน้า ปลอดภัย ไม่ต้องเสียเวลาในการพักฟื้นและได้ผลดีที่สุด แต่อย่าลืมควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ หากคุณละเลยในจุดนี้ ไม่ว่าวิธีการกำจัดไขมันจะไฮเทคขนาดไหนก็คงเอาไม่อยู่หรอกครับ
Two-second Tip สร้างชิกแพ็คง่าย ๆ ได้ใน 3 วิธี
1. เอาไขมันออกจากร่างกาย โดยเน้นการควบคุมและจำกัดแคลอรีจากอาหารที่คุณได้รับในแต่ละวันให้อยู่ในสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงานที่ใช้ไป
2. มีวินัยในการออกกำลังกายแบบคาร์ติโอหรือแบบที่ต้องการความต่อเนื่อง เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ต่อเนื่อง อย่างน้อยประมาณครึ่งชั่วโมง
3. สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยท่าฝึก เช่น การซิทอัพ โดยแต่ละคนจะใช้เวลาในการสร้างกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับไขมันที่สะสมในร่างกาย ระบบการเผาผลาญ อายุ โครงสร้างของกล้ามเนื้อและวินัยในการออกกำลังกาย
1. เอาไขมันออกจากร่างกาย โดยเน้นการควบคุมและจำกัดแคลอรีจากอาหารที่คุณได้รับในแต่ละวันให้อยู่ในสัดส่วนที่สมดุลกับพลังงานที่ใช้ไป
2. มีวินัยในการออกกำลังกายแบบคาร์ติโอหรือแบบที่ต้องการความต่อเนื่อง เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ต่อเนื่อง อย่างน้อยประมาณครึ่งชั่วโมง
3. สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยท่าฝึก เช่น การซิทอัพ โดยแต่ละคนจะใช้เวลาในการสร้างกล้ามเนื้อที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับไขมันที่สะสมในร่างกาย ระบบการเผาผลาญ อายุ โครงสร้างของกล้ามเนื้อและวินัยในการออกกำลังกาย
ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Men's Health

6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
อายุร แพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำในสหรัฐฯ ต่างก็ยกให้ 6 อาการผิดปกติเหล่านี้อันตรายต่อสุขภาพ และไม่ควรเพิกเฉย เพราะจากแค่อาการผิดปกติเล็กน้อยที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการหนักขึ้นและเป็นเรื้อรังนานกว่าปกติ อาจหมายถึงการมาเยือนของโรคร้ายก็ได้
1. แค่นอนไม่หลับ อาจกลายเป็น โรคหัวใจ
เป็นอาการผิดปกติอันดับหนึ่งที่ควรบอกแพทย์ เพราะการนอนไม่หลับเพียงแค่ 1
คืนก็มีผลต่อหัวใจได้ ตั้งแต่การที่เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ
จนถึงขั้นอาการหัวใจขาดเลือด
หากมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้งควรไปปรึกษาแพทย์
เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด
2. แค่ท้องผูก อาจกลายเป็น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
อาการท้องผูก คือ การถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
เนื่องจากปัจจัยบางอย่างขัดขวางการทำงานของลำไส้
ทำให้กากอาหารผ่านลำไส้ใหญ่ได้ช้าลง ซึ่งถ้ามีอาการท้องผูกเรื้อรัง
(นานกว่า 3 สัปดาห์) ควรไปปรึกษาแพทย์
เพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคคริดสีดวงทวารหนัก และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
3. แค่ปวดหัว อาจกลายเป็น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
ถ้ามีอาการปวดหัวที่ร่วมด้วยมีไข้ ปวดเมื่อยคอ
คลื่นไส้อาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานาน (2-3 วัน)
ให้สันนิษฐานไว้ว่าไม่ได้เป็นแค่อาการปวดหัวธรรมดาแน่นอน
โดยเฉพาะอาการปวดหัวที่เพิ่มมากขึ้น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด
มีปัญหาเรื่องการมอง และมีอาการปวดต่อเนื่องนานกว่า 2-4
ชั่วโมงควรไปปรึกษาแพทย์
เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของสมองที่ติดเชื้อที่ระบบประสาท
ส่วนกลาง ซึ่งเสี่ยงเป็นโรคหุ้มสมองอักเสบได้ในเวลาต่อมา
4. แค่ปวดฟัน อาจกลายเป็น ตาบอด
หากหลังจากไปถอนฟันแล้วคุณยังมีอาการปวดฟันอยู่ และมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดกราม ปวดหน้านานเกินกว่า 7 วันควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเส้นประสาทบริเวณใบหน้ากดทับกันอยู่ และถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการอาจรุนแรงจนถึงข้นตาบอดได้
5. แค่ท้องเสีย อาจกลายเป็น ลำไส้อักเสบ
อาการท้องเสียติดต่อกันนานหลายวัน
เป็นสัญญาณเตือนให้ระวังไว้ว่าร่างกายของคุณไม่ปกติอีกต่อไป
อาจเป็นไปได้ว่าลำไส้ติดเชื้อปรสิต เป็นโรคโครนส์ (Crohn’s Disease)
หรือลำไส้อุดตันบางส่วน มะเร็ง ตับอ่อนมีปัญหา ถุงน้ำดีมีปัญหา
ดังนั้นเมื่อท้องเสียติดต่อกันนานเกิน 3 วันควรไปปรึกษาแพทย์
หลีกเลี่ยงการกินยาฆ่าเชื้อ
เพราะส่วนประกอบบางชนิดในยาอาจฆ่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์กับลำไส้ใหญ่ไปด้วย
ซึ่งจะทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม
6. แค่กรดไหลย้อน อาจกลายเป็น มะเร็งหลอดอาหาร
กรดไหลย้อนอาจมีสาเหตุมาจากอาการแสบร้อนกลางอก ฟันผุ และโรคหวัด ซึ่งสาเหตุเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อช่องท้องทุกครั้งที่มีการหายใจเข้าสู่ปอด และส่งผลให้เชื้อโรคกระจายติดไปทั่ว เนื่องจากการไหลย้อนของกรด ถ้ากระเพาะมีกรดมากอาจไหลล้นขึ้นมาถึงบริเวณหลอดอาหาร ทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ และปอดได้ หากมีอาการเรื้อรัง แต่ละเลยไม่ไปพบแพทย์อาจนำไปสู่โรคมะเร็งหลอดอาหารได้
ที่มา ... สุขกายสบายใจ

อายุร แพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำในสหรัฐฯ ต่างก็ยกให้ 6 อาการผิดปกติเหล่านี้อันตรายต่อสุขภาพ และไม่ควรเพิกเฉย เพราะจากแค่อาการผิดปกติเล็กน้อยที่ดูเหมือนไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้ามีอาการหนักขึ้นและเป็นเรื้อรังนานกว่าปกติ อาจหมายถึงการมาเยือนของโรคร้ายก็ได้
หากหลังจากไปถอนฟันแล้วคุณยังมีอาการปวดฟันอยู่ และมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดกราม ปวดหน้านานเกินกว่า 7 วันควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเส้นประสาทบริเวณใบหน้ากดทับกันอยู่ และถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการอาจรุนแรงจนถึงข้นตาบอดได้
กรดไหลย้อนอาจมีสาเหตุมาจากอาการแสบร้อนกลางอก ฟันผุ และโรคหวัด ซึ่งสาเหตุเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อช่องท้องทุกครั้งที่มีการหายใจเข้าสู่ปอด และส่งผลให้เชื้อโรคกระจายติดไปทั่ว เนื่องจากการไหลย้อนของกรด ถ้ากระเพาะมีกรดมากอาจไหลล้นขึ้นมาถึงบริเวณหลอดอาหาร ทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอ และปอดได้ หากมีอาการเรื้อรัง แต่ละเลยไม่ไปพบแพทย์อาจนำไปสู่โรคมะเร็งหลอดอาหารได้
ที่มา ... สุขกายสบายใจ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)