วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เพื่อนแท้ระหว่างทาง

+

ในแง่ของการทำงาน “ความสำเร็จ” คือเป้าหมายที่ใครหลายๆ คนวาดหวังไว้ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถคว้าเส้นชัยมาได้ และยัง คงไว้ซึ่งมิตรภาพระหว่างทางไว้ได้มากที่สุด หลายๆ คนได้เป็นเจ้าของความสำเร็จตามความปรารถนา แต่พอหันมองกลับไปยังจุดที่เขามา สิ่งที่เห็นหาใช่ เสียงปรบมือ รอยยิ้ม หรือคนที่คุ้นเคย แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือ ความว่างเปล่าที่เป็นผลมาจาก ความสำเร็จของตน
การที่ใครสักคนหนึ่งมีความฝันและต้องการสร้างความฝันนั้นให้กลายเป็นความจริง เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรให้การสนับสนุนตามแนวทางที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับการสร้างทีมงานในการทำธุรกิจเครือข่าย สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามและถูก จัดลำดับให้มีความสำคัญน้อยเมื่อเทียบกับวัตถุ นิยมพื้นฐานที่ทุกคนต่างอยากจะเป็นเจ้าของ ไม่ว่า จะเป็นอิสรภาพทางการเงิน บ้านหลังใหญ่มูลค่าหลายล้านบาท และรถหรูคันงาม ก็คือ “มิตรภาพ” ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วมิตรภาพต่างหากที่ควร จะถูกหยิบยกขึ้นมาให้อยู่เหนือกว่า เหตุผลที่เป็น เช่นนั้นอาจจะด้วยเพราะคนให้ความสำคัญกับวัตถุ นิยมซึ่งเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถจับต้องได้ มากกว่ามิตรภาพที่เป็นเพียงนามธรรม
วัตถุนิยมที่ใครๆ หลายคนปรารถนา สามารถ ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นและสามารถสนับสนุนให้เกิดโอกาสในสังคมได้สูงขึ้นกว่าก็จริง แต่ในขณะเดียวกันคงจะดีไม่น้อย ถ้าระหว่างทางที่เรา เดินนั้น เราไม่ได้ทำร้ายใคร และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนใดๆ ให้กับผู้อื่น คนบางคนมองเพียงเป้าหมายเพื่อที่จะก้าวไป ยังจุดนั้นเพียงจุดเดียว โดยหลงลืมไปว่าระหว่างทางกว่าที่เขาจะมาถึงตรงจุดนี้ เขาได้รับความช่วย เหลือและได้รับการสนับสนุนจากใครบ้าง สิ่งเหล่า นี้เป็นข้อคิดที่เราเองต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เพราะดิฉันเชื่อว่าส่วนหนึ่งในความสำเร็จ ของเรามักจะมีมิตรภาพเกิดขึ้นระหว่างทางเสมอ อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะเก็บมิตรภาพนั้นไว้ หรือเลือก ที่จะทิ้ง ถ้าเราเลือกที่จะเก็บไว้ ในวันที่เราเหนื่อยล้า หรือวันที่เราได้ชัยชนะ โปรดจงมั่นใจได้ว่าเราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน
แต่เมื่อใดที่เราเลือกที่จะทิ้ง เราก็ต้องพร้อมยอมรับกับความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้เสียงปลอบโยน เมื่อยามคุณหมดหนทาง และไม่มีแม้รอยยิ้มในวัน ที่คุณประสบความสำเร็จ...Be nice with everyone on your way up, because you might meet them again on your way down.

นักธุรกิจยุคใหม่ กับ Social Network +

+

โลกในยุคปัจจุบันมักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดและไม่เคยหยุดนิ่ง นั่นหมายความว่า หากตัวเราหยุดพักเมื่อใด เราอาจกลายเป็นคนตกยุค ไปเลยก็ได้ แม้กระทั่งการทำการตลาดก็ต้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ขณะ นั้นจึงจะเข้าถึงผู้บริโภคในยุคนั้นได้ และในฐานะนักธุรกิจเครือข่ายของโลกยุคที่ เฟื่องฟูในเรื่องการสื่อสารนี้ ก็ต้องนำพาตนเองเข้าสู่ยุคนี้ให้ได้เพื่อแสวงหากลุ่มผู้มุ่งหวังใหม่ๆ จากการใช้ประโยชน์ของ Social Network
Social Network นี้ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือ สังคมของคนกลุ่มหนึ่งในรูปแบบออนไลน์ ที่จะทำให้เรารู้จักกับผู้อื่นได้ง่าย และสามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัว เพื่อเป็นการแนะนำตัวเราเองให้ผู้อื่นได้รู้จักเรามากขึ้น ผมจึงอยากแนะนำให้ท่าน นักธุรกิจลองศึกษา หรือเริ่มต้นกับการใช้ประโยชน์จาก Social Network นี้มาใช้กับงานเครือข่ายของท่าน เพราะจะสามารถทำให้ท่านสร้างมูลค่าทางการตลาด ของยอดธุรกิจได้อย่างมหาศาล หากท่านใช้มันได้อย่างถูกวิธี
ตัวอย่างของ Social Network ในยุคปัจจุบันที่นิยมใช้กันอยู่ อาทิเช่น Facebook และ Twitter เป็นต้น โดยประโยชน์ของ Social Network เหล่านี้ นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเครือข่ายได้ จะเกิดประโยชน์ เช่น
1. ทำให้สามารถติดต่อเพื่อนเก่า และสร้างโอกาสในการพบเพื่อนใหม่ได้
งานเครือข่ายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดต่อผู้คนและแสวงหาผู้มุ่งหวัง ใหม่ๆ เพื่อขยายธุรกิจ Social Network นี้จึงจะมีประโยชน์มากสำหรับการทำธุรกิจเครือข่าย
2. เป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายและลูกค้าได้ ประเด็นนี้จะให้ประโยชน์ทั้งเรื่องการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้จากการ สังเกต ข้อความ หรือ status (ความเคลื่อนไหวของบุคคลนั้น) ทำให้เราได้ข้อมูล สำหรับวิเคราะห์ถึงความต้องการของลูกค้าได้ นอกจากนี้ ยังได้ประโยชน์สำหรับ การบริหารทีมงาน เพราะจะทำให้เรารู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของทีมงานในเครือข่าย ซึ่งจะทำให้สัมพันธภาพในทีมงานดีขึ้น เช่น การทักทายกัน การห่วงใยกัน การช่วย กันแก้ปัญหาผ่านทาง Social Network เป็นต้น และยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเราได้ เราสามารถแนะนำตนเองผ่าน ทาง Social Network เช่น เล่าถึงประสบการณ์ที่ดีของเราในการใช้สินค้า หรือการทำธุรกิจ ที่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกถึงความสุข และสนุกของงานเครือข่าย อย่างเป็นกันเอง และยังบ่งบอกถึงความทันสมัยของตัวเราที่ทันต่อเทคโนโลยี ซึ่ง จะทำให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ไม่ยาก
4. ใช้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนให้ความรู้ ให้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว เช่น การแชร์ประสบการณ์ ทริก และเทคนิคต่างๆ การแนะนำโปรโมชั่นส่งเสริม การขาย และการใช้ Social Network จะทำให้ตัวเราต้องพัฒนาตนเองและต้อง เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญต่อการทำธุรกิจเครือข่าย
งานเครือข่ายเป็นงานที่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นหากท่านต้องการขยายเครือข่ายในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่ชอบ Social Network ท่านเองก็ต้องเข้าไปอยู่ใน Social Network นั้นด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทุกอย่าง ย่อมมีด้านลบ หากใช้ Social Network ในทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น หลอกลวง ผู้อื่น รบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือหวังแต่เพียงประโยชน์ มากกว่าการสร้างความสัมพันธภาพที่ดี ก็อาจจะล้มเหลวในการนำไปใช้กับงาน เครือข่ายได้ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง.....เท่านั้น

ส่งต่อความดี...ทฤษฎีจรรโลงโลก

การเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ทำให้การสื่อสารมีความรวดเร็ว และครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ได้ในปริมาณที่มากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกเราต่างอ้าแขนรับเทคโนโลยีให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการช่วย ขับเคลื่อนองค์กรในแง่ของการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คงจะดีไม่ น้อยหากเราเลือกที่จะใช้ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในแง่ของการเป็นสื่อกลางเพื่อส่งต่อความรัก ความปรารถนาดีให้ แก่กันและกัน ธรรมชาติของธุรกิจเครือข่าย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในแง่ของการทำ ธุรกิจเป็นโมเดลหลักอยู่แล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามา ช่วยเป็นสื่อกลางในการสื่อสารและการตลาด เพื่อให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วและทั่วถึงกันทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม คงจะเป็นที่น่าเสียดายหากมีการนำเอาความทันสมัยของ เทคโนโลยีไปใช้ในช่องทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่น หรือธุรกิจ หรือบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งขันกันทางด้านธุรกิจ เช่น ใช้เพื่อการปลุก ระดมให้เกิดการเข้าใจผิด พูดให้บริษัทอื่นหรือบุคคลอื่นเกิดความเสียหาย โดยการถ่ายทอดข้อมูลอันเป็นเท็จสู่สาธารณะ เช่น ผ่านเว็บไซต์ เว็บบล็อก การส่งข้อความ SMS หรือช่องทางอื่นใดที่ทำให้บุคคลอื่นเสียหายหรือเสียชื่อเสียง ซึ่งโดยส่วนตัวดิฉันมีความเชื่อว่าเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น หากพวกเราทุกคนมีความรัก ความปรารถนาดีต่อกันทั้งเพื่อนร่วมอาชีพ ต่อ บริษัทหรือต่อองค์กรที่เราอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะออกจากบริษัทนั้น หรือออกจาก สายงานนั้นๆ แล้ว แต่เรายังคงมีความรัก ความรู้สึกดีที่ระลึกถึงอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะส่งผ่านสิ่งดีๆ จากคนรุ่นหนึ่งสู่คนรุ่นต่อไป เพื่อส่งผ่านความ ดีให้แก่กันและกัน และที่สำคัญคือมีใจที่พร้อมจะให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นการไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคลอื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ คือ แก่นของการส่งต่อความดีที่มีคุณค่ามากกว่าเงินทอง หรือสิ่งของใดๆ เพราะหากพิจารณาให้ดีแล้วทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากใจที่คิด วาจาที่พูดและ ส่งผลให้เกิดการกระทำ เมื่อใจคิดสิ่งใด ก็มักจะแสดงสิ่งนั้นออกมา ดังนั้น อาจจะพอกล่าวได้ว่า “ความคิด” คือสิ่งที่เป็นตัวกำหนดการกระทำ หากเรามีความคิดที่จะถ่ายทอดและส่งต่อความดีงาม แน่นอนว่า การกระทำย่อมเป็นไปตามที่เราคิด แต่เมื่อใดที่เรารู้สึกถึงความเกลียดชัง ความอยากเอาชนะ ไม่รู้จักการให้อภัย เมื่อนั้นเราก็จะแสดงออกซึ่งสิ่งที่ตนคิด บางคนถึงขั้นขาดสติ ขาดความยั้งคิดกว่าจะรู้ถึงผลจากการกระทำก็อาจจะสายเกินไปแล้ว...มาช่วยกันส่งต่อความดี ด้วยการไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบุคคล อื่นกันเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อช่วยจรรโลงโลกของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นด้วยกันนะคะ

เกาะติดขายตรง ‘ยอดนักขาย’



.


องค์กรทุกองค์กรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับการขายทั้งในลักษณะทางตรงคือการขายสินค้าและบริการเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ และในลักษณะการขายแบบทางอ้อมเพื่อช่วยสนับสนุนให้ขายสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้นหรือเป็นลักษณะของการขายภาพลักษณ์และชื่อเสียง ทำให้ลูกค้ารู้สึกดี เกิดการจดจำและระลึกถึง
งานขายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับทุกองค์กร ทำให้ทุกองค์กรต้องสรรหาและคัดสรรบุคคลมาเป็นทีมงานขายที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลสำหรับการขายสินค้าและบริการหรือขายภาพลักษณ์และชื่อเสียง หรือเรียกง่ายๆ ว่าหาคนมาเป็น “ยอดนักขาย” ขององค์กร ซึ่งคุณสมบัติของยอดนักขายโดยทั่วๆ ไปจะต้องมีลักษณะพื้นฐานดังต่อไปนี้
1.สามารถเข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนอื่น นักขายที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มีเหตุผลและเข้าใจในเหตุผลของบุคคลอื่น แสดงออกซึ่งความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีไมตรีจิต เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันซึ่งกันและกัน ด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบให้บุคคลอื่นเอาใจใส่และยอมรับ ดังนั้นนักขายก็จะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจบุคคลอื่น และใส่ใจในอารมณ์ ความรู้สึกของบุคคล เหล่านั้นด้วย
2.ชอบการช่วยเหลือคนอื่น การแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อบุคคลอื่น สามารถเป็นที่พึ่งพาของคนรอบข้างได้ การช่วยเหลือบุคคลอื่นเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่พบเจอ ซึ่งบ่งบอกถึงบุคลิกภาพนิสัยใจคอของแต่ละบุคคล งานขายจะต้องอาศัยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และงานขายก็จะไม่สามารถประสบ ความสำเร็จได้ถ้าหากนักขายทำงานเพียงคนเดียวโดยไม่อาศัยพึ่งพาบุคคลอื่นเลย ดังนั้นนักขายจะต้องเป็นบุคคลที่ชอบช่วยเหลือบุคคลอื่น
3.เชื่อมั่นในกระบวนการทางสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคมจะต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมร่วมกันหรือต้องอยู่ภายใต้บรรทัดเดียวกัน ดังนั้น ยอดนักขายก็จะต้องเป็นคนที่เคารพ เชื่อมั่นในกฎ กติกา และมีความเชื่อมั่นในกระบวนการทางสังคม เคารพในสิทธิหน้าที่และเสรีภาพของคนอื่นๆ ในสังคม และจะต้องเชื่อว่าการที่คนเราจะดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายได้นั้นจะต้องอาศัยครอบครัว เพื่อน และบุคคลรอบข้างด้วยมิตรภาพที่ดีที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน
4.อยากมีความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลอื่น การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลอื่น อาจเริ่มต้นจากตัวเองด้วยรอยยิ้ม ที่เต็มไปด้วยจิตใจโอบอ้อมอารี ซึ่ง บางครั้งการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นก็จะต้องเปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับบุคคลอื่นในสังคม มีการพัฒนาการทางด้านความสัมพันธ์จากคนไม่รู้จัก เป็นคนรู้จัก จากคนที่รู้จักเป็นเพื่อน จากเพื่อนธรรมดาเป็นเพื่อนสนิท จนนำไปสู่ความรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวหรือเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันหรือเป็นครอบครัวเดียวกัน
5.เชื่อว่างานขายคือหัวใจขององค์กร นั่นหมายถึงนักขายก็จะต้องรักงานขาย เข้าใจถึงธรรมชาติของงานขาย เพราะงานขายคือหัวใจขององค์กร ทุกองค์กร จะต้องมีงานขาย และยอดนักขายก็จะต้องเป็นคนที่รักงานขายเท่านั้นเพราะคนเราไม่น่าทำงานที่ไม่ชอบได้ดี ที่สำคัญสำหรับองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นก็จะต้องอาศัยนักขายที่ดีและทุกคนในองค์กรก็ต้องเป็นยอดนักขาย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
6.มีคุณธรรม จริยธรรม การดำเนินกิจกรรมงานขายจะต้องกระทำอย่างถูกต้อง และนักขายต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและบุคคลอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง โดยนักขายจะต้องตระหนักถึงความมีจรรยาบรรณ เป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความยุติธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้าหรือองค์กร ตลอดจนเป็นบุคคลที่ไม่กล่าวเกินจริงและมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
คุณสมบัติพื้นฐานของยอดนักขายเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับองค์กร ต่างๆ ใช้สำหรับเป็นหลักในการคัดเลือกทีมงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายปลายทาง

ธุรกิจเฟื่อง สร้างแรงปะทุ ค่ายน้อยใหญ่เปิดเวทีจุดประกายฝัน

ระเบิดความร้อนแรง! เป็นว่าเล่นสำหรับ “ธุรกิจขายตรง” ที่ไม่ว่าจะยุคไหน พ.ศ. ไหน ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างความสำเร็จให้กับคนเครือข่ายได้มีชีวิตที่ดีลืมตาอ้าปากอย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ...ที่สำคัญ หากใครที่อยู่ในธุรกิจขายตรงมานานคงพอที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้ค่อนข้างที่จะมีมนต์เสน่ห์ให้ชวนหลงใหล นั่นก็คือ ลงทุนไม่เยอะ เพียงแค่มีตัวกับใจที่เต็มร้อยกับการทำงานเพียงเท่านี้ก็สามารถสำเร็จได้
ขณะเดียวกัน ในเรื่องของภาพความสำเร็จกับในอดีตถือว่าค่อนข้างที่จะแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งวันนี้ ภาพความสำเร็จของคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนแล้วแต่เป็นอีกหนึ่งภาพที่เรียกว่าน่าเป็นที่ต้องตาต้องใจของคนที่กำลังมองหารายได้เสริมหรือต้องการยึดเป็นอาชีพหลักได้ด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญนอกเหนือจากในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินที่เป็นแรงดึงดูดใจ ของหลายๆ คนให้เข้ามาสู่ธุรกิจแล้ว เชื่อว่าหากใครที่เป็นคนเครือข่ายเรื่องของการเชิดชูเกียรติความสำเร็จถือว่าเป็น อีกหนึ่งความต้องการของคนเครือข่ายด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งนี้คือเครื่องหมายการันตีถึงความสำเร็จของเขาเองในการที่จะต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี แต่ใน ขณะเดียวกันย่อมต้องมีหลายคนต่างมองในมุมกลับกันว่าเป็น “การสร้างภาพ” นั่นเอง...ซึ่งปัจจุบันนี้ งานการเชิดชูเกียรติ ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ของแต่ละค่ายอยู่ดี ซึ่งอยู่ที่ว่าค่ายไหนจะสร้างภาพความคมชัดของธุรกิจได้เจิดจรัสขนาดไหนเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนี้หากจะให้พูดถึงงานเชิดชูเกียรตินักขายที่ยิ่งใหญ่ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ เชื่อว่าชื่อของ “นีโอ ไลฟ์” ที่มีแม่ทัพใหญ่อย่าง “ดร.นพรุจ เวชกุล” คงติดชาร์ตอันดับต้นๆ ในการจัดงานที่มีความถี่มากที่สุดของเมืองไทยอย่างแน่นอน ที่สำคัญต้องบอกว่าค่ายนี้ อาจจะ เรียกว่ามีผู้ที่ประสบความสำเร็จที่มากที่สุด ของขายตรงเมืองไทยเลยก็ว่าได้
อย่างล่าสุดที่ผ่านมา “นีโอ ไลฟ์” ได้จัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี ซึ่งงานนี้ถือเป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังของคนนีโอไลฟ์ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว โดยงานนี้มีทั้งสมาชิกหน้าใหม่และหน้าเก่าตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งล้นทะลักฮอลล์กันเลยทีเดียว ที่สำคัญสิ่งที่ถือว่าสร้างความฮือฮาแบบโดนใจสมาชิกรากหญ้าของ “นีโอ ไลฟ์” ในวันงานนั่นก็คือ การประกาศโครง การที่ชื่อว่า “Neo Life The Star Contest 1 ค้นคว้าหาดาวดวงใหม่” ที่ “ดร. นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เตรียมแผนงานที่จะปั้นเศรษฐีดวงใหม่ให้ประดับวงการขายตรงนั่นเอง
ซึ่งการจัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี นีโอ ไลฟ์ในครั้งนี้นั้น เรียกว่า เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจได้แบบยอดเยี่ยมทีเดียว ซึ่งหากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจนี้ คงจะทราบว่าการ จัดงานมอบเข็มเกียรติยศของค่ายนีโอ ไลฟ์ จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน และมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จทุกเดือนด้วย...นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจเครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับนักขายค่อนข้างมากทีเดียว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหนือชั้นจริงๆ เพราะการเชิดชูเกียรตินักขายคือ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเหล่านักขายที่ต้องการอยากที่จะไขว่คว้านอกเหนือจากในเรื่องของรายได้
เช่นเดียวกับค่าย “คิงส์ เฮิร์บ” ที่ออกมาตอกย้ำความมั่นคงของธุรกิจต่อสายตาคนเครือข่าย งานนี้ “ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล” ประธานบริษัทจัดหนัก เอาใจพี่น้องชาวคิงส์ เฮิร์บ ด้วยการจัดงานฉลองชัย 5 ปี พร้อมกับจัดงานเชิดชูเกียรตินักขายที่สามารถสร้างผลงานได้ตามคุณสมบัติอีกกว่า 200 ชีวิต งานนี้มีสมาชิกมาร่วมแสดงความยินดีกว่า 2,000 คนด้วยกัน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ... เรียกว่าเป็นการสร้างความเกรียงไกรให้กับธุรกิจ “คิงส์ เฮิร์บ” ได้เป็นอย่างดี พร้อม กับเป็นการประกาศถึงความพร้อมรบที่ครบเครื่องของค่ายนี้สู่สายตาคนเครือข่ายได้ประจักษ์นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีค่าย “มิทเชลล์” ภายใต้การนำทัพของ 3 แม่ทัพฝีมือดีอย่าง “ธนนันทน์ ราชสิงห์” ประธานกรรมการ, “จำรัส ราชสิงห์” ประธานที่ปรึกษา และ “ภูธณกล ศรีปรางค์” กรรมการบริหาร ที่ได้ จัดงานฉลองตำแหน่งให้กับนายกสโมสรสายใยใจทั้ง 7 ท่าน เพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกสโมสรฯ เรียกว่าเป็นการประกาศถึงแนวร่วมที่แข็งแกร่งของธุรกิจในการขับเคลื่อนธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะตำแหน่งดังกล่าว ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ซึ่งต้องฝ่าด่านอรหันต์มาอย่างมากมาย ทีเดียว
ที่สำคัญภายในงานนี้ ทางคณะผู้บริหารยังได้มีการมอบเช็คเงินสดมูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท ให้กับนายกสโมสรคนใหม่ ที่สามารถพิชิตรางวัลคุณสมบัตินี้ได้อีกด้วย...และนี่คือ ยุทธศาสตร์ง่ายๆ ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าทุกค่ายต่างก็มีเช่นนี้เหมือนกันอย่างแน่นอน��
ทั้งนี้ หากจะให้ล้วงลึกถึงอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจ เชื่อว่าในเรื่องของการสร้างสายสัมพันธ์กับหมู่มวลสมาชิก รวมถึงการเติมเต็มองค์ ความรู้เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่า มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่ายเพราะหากองค์กรไหนที่หล่อหลอมความเป็นธุรกิจอยู่ในเนื้อเดียวกัน เชื่อว่าธุรกิจย่อมขับเคลื่อนไปแบบมีประสิทธิภาพได้ด้วยเช่นกัน
เฉกเช่นดังค่าย “เอปูเซ่” ที่ในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อเป็นอาวุธ ติดมือให้กับนักขายค่ายนี้ค่อนข้างให้ความ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองว่าหากสมาชิกทุกคนเกิดความเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายแล้ว การทำงานย่อมง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างล่าสุด ในช่วงที่ผ่านมา “เอปูเซ่” ที่นำทัพหน้าโดย “มนตรี ฉิมมณีภัทร” ก็ได้รวมพลังคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อม ด้วยแกนนำทัพหน้าอีกหลายท่าน รวมพลังความเป็นหนึ่ง ด้วยการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิกทั่วประเทศไทย ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำ
ซึ่งองค์ความรู้ที่จะช่วยเหลือสมาชิก เอปูเซ่ให้ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ หลักสูตร ALS หรือหลักสูตรการฝึกฝนภาวะของผู้นำ ที่จะทำให้สมาชิกเอปูเซ่ทุกคนได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจมืออาชีพนั่นเอง ซึ่งความเข้มข้นของเอปูเซ่ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมาชิกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่ยังมีอาวุธที่ครบมือในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจอีกด้วย นั่นก็คือ สินค้าที่โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง... จนในวันนี้กล้าพูดได้เลยว่า ความเข้มข้นในเรื่องของการอบรมของที่นี้ คือ อีกหนึ่ง ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เอปูเซ่สามารถยืนหยัดในสมรภูมิรบเครือข่ายได้ตราบนานเท่านาน��
เช่นเดียวกับค่าย “หมอเส็ง” ที่ได้มีการจัดอมรมให้กับสมาชิกในคอร์สพิเศษ “Change to’Success เปลี่ยน... เพื่อสำเร็จ” ที่อาคารสำนักงานใหญ่รังสิต เมื่อ ช่วงที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายที่จัดหนักในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิก เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานให้เกิดความฮึกเหิมและรู้ถึงวิธีการทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง
ส่วนทางด้าน “แคทส์ ดอท คอม” ก็ได้จัดทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทีมผู้บริหารและสมาชิก ด้วยการนำพาผู้นำกว่า 270 ชีวิต เดินทางสู่เมืองพัทยา 3 วัน 2 คืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเติมไฟในการทำงานแก่สมาชิก ที่นอกเหนือจากการอบรมในห้องเรียน เรียกว่าทั้งสุข สนุก แถมเป็น การเชื่อมความสามัคคีร้อยรวมใจเป็นหนึ่งในการทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ คือ เครื่องหมายการันตีได้ว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่หอมหวานของใครหลาย คน เห็นได้จากยิ่งนับวันคนเริ่มที่จะเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น เห็นได้จากงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักขายของแต่ละค่าย เริ่มที่จะมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่าง เห็นได้ชัด ที่สำคัญในเรื่องของการเติมเต็ม องค์ความรู้ของสมาชิกก็มีส่วนที่สำคัญ ในการช่วยให้หลายๆ คนต่างอยากที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วยเช่นกัน

เกาะติดขายตรง กุญแจ ‘ชีวิต’

เป็นอีกครั้งที่คอลัมนิสต์จำเป็นผู้นี้ จะขออนุญาตโชว์ตัวอีกครั้ง ก็เนื่องจากความไม่สะดวกของเจ้าของพื้นที่ กระผมจึงมีโอกาส

ซึ่งในครั้งนี้ คอลัมน์จำเป็นขอหยิบจับเอาความคิดดีๆ ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ท่านผู้อ่านได้เห็น และเรียนรู้ในการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิต

การใช้ชีวิตของมนุษย์ในสังคมและสิ่งแวดล้อมปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขัน แย่งชิง อันเป็นเหตุมาจากทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่มนุษย์ทุกคนต้องการแสวงหาโอกาสและสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง ผนวกกับความต้องการที่หลากหลายของแต่ละคนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงทำให้มนุษย์ต้องดิ้นรน ใช้ความพยายามเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่แต่ละคนปรารถนามากเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาวิธีการดำเนินชีวิตให้ก้าวทันเทคโนโลยีและสร้างค่านิยมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นตามมา

มนุษย์เมื่อมีโอกาสและทางเลือกก็ย่อมต้องการในสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันก็มีปัจจัยต่างๆ มากมายที่ส่งผลต่อความสำเร็จ สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่แต่ละคนต้องการ ถือว่าเป็นกุญแจที่ไขประตูให้คนเราก้าวไปสู่เป้าหมายที่แต่ละคนได้กำหนดขึ้นมา ปัจจัยที่ส่งผลให้ การดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จประกอบด้วย

1. เครือข่าย ปัจจุบันไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจ หรือใช้ชีวิตในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเครือข่ายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง เครือข่ายมีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบของเส้นสาย เครือญาติ เพื่อนฝูง หรือระบบอุปถัมภ์ เป็นการสร้าง สิทธิพิเศษให้ตนเอง จริงๆ และสรุปง่ายๆ ได้ว่า การสร้างเครือข่าย เป็นการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อ หรือต้องมีผลประโยชน์ร่วมกัน นั่นหมายถึง เครือข่าย จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องกันหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งทุกคนต้องยอมรับว่าคนเราไม่สามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว และบางครั้งโอกาส ก็เกิดจากเครือข่าย

2. ความแตกต่าง วิธีการคิด การทำงาน และการดำเนินชีวิตที่มีความแตกต่าง ต้องดี เด่น และดัง เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจะต้องมีการสร้างสมชื่อเสียง หรือบางครั้งก็ต้องสร้างกระแส หรือตามกระแสให้ทันเพื่อเกาะกระแสให้ตนเองมีชื่อเสียง สร้างภาพลักษณ์ให้มีความโดดเด่น จนเป็นที่ยอมรับของสังคม ทำให้ต้องมีการทำการตลาดสำหรับตัวบุคคลเพื่อสร้าง ความชอบธรรมให้ตนเอง มีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ

3. ความรู้ความสามารถ การใช้ชีวิตในปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขันภายใต้ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงมีความจำเป็นที่คนเราต้องรู้จักการพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนความรู้ความสามารถ สร้างสมประสบการณ์ ให้เป็นผู้รอบรู้ และรู้ลึกรู้จริง ในบางเรื่อง มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก้าวทันต่อเทคโนโลยี และพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งในบางครั้งปัญหาหรือ อุปสรรคก็ต้องแก้ด้วยความรู้ควบคู่กับประสบการณ์เพื่อค้นหาทางออกของปัญหาให้เจอ

4. สุขภาพกายและจิต ไม่ว่าคนเราจะดำเนินชีวิตอย่างไรจะต้องเริ่มต้นที่ตนเอง ต้องมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีสุขภาพกายและจิตที่ดี มองโลกในแง่บวก มีทัศนคติที่ดี ผนวกกับการเกิดโรคภัยต่างๆ มากมาย ทำให้กระแสเพื่อสุขภาพ กำลังมาแรงในปัจจุบัน อะไรๆ ก็เพื่อสุขภาพ เพราะคนเราจะทำอะไรต้องอาศัยทั้งแรงกายและแรงใจในการลงมือทำ สุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ หรือบางครั้งคนเรา ก็ไม่ยอมแก่ไม่ยอมเหี่ยว อยากสวยอยากหล่อ อยากให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลอื่น จึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ

เครือข่ายถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดต่อความสำเร็จในการดำเนินชีวิต แต่เราต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเองด้วยการดูแลสุขภาพที่ดี รู้จักการฝึกฝน พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สร้างความเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงที่ดีให้กับ ตนเอง แล้วเครือข่ายก็จะเข้ามาหาเราหรือเราออกไปหาเครือข่ายก็สามารถกระทำ ได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าคนเราไม่ใช่หมอ ก็คงไม่อยากทำงานกับคนที่มีสุขภาพไม่ดี หรือ มีจิตใจไม่ดี ใครๆ ก็ชอบที่จะทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนที่มีสุขภาพดี มีการ พัฒนาตนเองและมีความรู้ความสามารถที่โดดเด่น