แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาดออนไลน์ นีโอไลฟ์ แกงใต้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การตลาดออนไลน์ นีโอไลฟ์ แกงใต้ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555
วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555
บทเรียนจากMcDonald
บทเรียนจาก McDonald's..ธุรกิจอาหารที่ให้คุณค่าทางธุรกิจมากกว่าคุณค่าทางโภชนาการ
ธุรกิจ ที่เรียกว่า Junk Food อันดับหนึ่งของโลกอย่าง McDonald's นั้น ได้ให้บทเรียนทางธุรกิจไว้หลายประการ ขอนำบางส่วนมาพูดกันตรงนี้นะครับ
ข้อแรกคือ "ระบบ" ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
พี่น้องแมคโดนัลด์นำระบบสายพานการผลิตแบบอุตสาหกรรม ที่นายเฮนรี่ ฟอร์ด ใช้ในโรงงานผลิตรถยนต์ของเขา มาใช้ในธุรกิจอาหาร
ตอนที่เขาสองคนเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหารครั้งแรกนั้น กระบวนการและวิธีการทำงานในร้านของเขาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากร้านคู่แข่งอื่นๆ
เขา เปิดร้านอาหารประเภทไดรฟ์อิน (Drive-In) โดยเมนูหลักคือแฮมเบอร์เกอร์ (แรกสุดเลยคือฮอตดอก) ก็ประสบความสำเร็จมาก แต่ด้วยภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจ มีการแย่งตัวพ่อครัว และเด็กเสิร์ฟสาวๆ วุ่นวายเต็มไปหมด
ด้วยความเบื่อหน่ายจากปัญหา เขาจึงตัดสินใจปิดร้านชั่วคราว ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปก็คงปิดปรับปรุงรูปแบบของร้าน
แต่พี่น้องคู่นี้ปรับแก้ที่ "กระบวนการหลัก" ของการทำงานเลยทีเดียว
ระบบใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็ว ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มปริมาณการผลิตให้เยอะขึ้นไปอีก
เขา ลดจำนวนเมนูอาหารลงเหลือเพียงไม่กี่อย่าง เปลี่ยนส้อม - มีด - จาน ที่เคยเป็นเหล็กหรือกระเบื้องให้อยู่ในรูปแบบใช้แล้วทิ้ง (หรือไม่ต้องใช้เลย)
ที่สำคัญคือเปลี่ยนกระบวนการปรุงอาหาร จากเดิมที่พ่อครัวคนหนึ่งจะทำอาหารตั้งแต่ต้นจนจบ มาเป็นการ "แบ่งหน้าที่กันทำ" (Division of Labour) เฉพาะเจาะจงลงไปเลย
...เช่น มีคนหนึ่งรับผิดชอบการทอดชิ้นเนื้อแฮมเบอร์เกอร์ไปเลย อีกคนหนึ่งก็เอาเนื้อร้อนๆ ที่สุกแล้วมาใส่ในขนมปัง เติมผักและซอส ออกมาเป็นแฮมเบอร์เกอร์สำเร็จ อีกคนก็เตรียมเครื่องดื่มมิลเชค์เชค อีกคนก็รับออร์เดอร์อยู่หน้าเคาน์เตอร์
พี่น้องแมคโดนัลด์เรียกรูปแบบการให้บริการแบบนี้ว่า Speedee Service System
ถือเป็นมิติใหม่ของการให้บริการอาหาร และเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
บทเรียนที่สองเกิดขึ้นเมื่อนาย Ray Kroc พบกับพี่น้องแมคโดนัลด์
นาย Ray Kroc ในขณะนั้นเป็นเซลส์แมนขายเครื่องทำมิลค์เชค โดยมีร้านแมคโดนัลด์เป็นหนึ่งในลูกค้า เขาสังเกตเห็นการเติบโตอย่างผิดสังเกตจนเดินทางไปดูให้เห็นกับตา เมื่อเขาเห็นของจริง เขาก็รู้สึกถึงโอกาสอันมหาศาล และจินตนาการไปถึงภาพร้านแมคที่กระจายอยู่ทั่วอเมริกา
"ร้าน อาหารที่ให้บริการแฮมเบอร์เกอร์รสชาติเยี่ยม ราคาถูก ในเวลาอันรวดเร็ว และมีคุณภาพอันเป็นมาตรฐาน นี่ล่ะคือสิ่งที่คนอเมริกันต้องการ" ใครล่ะจะปฏิเสธเขาคงนึกในใจเช่นนั้น
ครอคเจรจากับพี่น้อง แมคโดนัลด์ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่างเพื่อแลกกับการได้มาซึ่งชื่อของร้าน และระบบการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ของแมคเพื่อนำไปเปิดร้านแมคของเขาเอง ซึ่งพี่น้องแมคโดนัลด์ก็โอเค
นั่นเป็นจุดเริ่มของรูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า "แฟรนไชส์" (Franchise)
และ ในกาลต่อมา ตัวครอคเองได้ซื้อกิจการทั้งหมดของแมคต่อจากพี่น้องผู้ก่อตั้ง และใช้วิธีทำ "แฟรนไชส์" เป็นจักรกลหลักในการขยายสาขาแมคโดนัลด์ออกไปอย่างรวดเร็ว
เป็นต้นแบบของการขาย "แฟรนไชส์" ให้แก่ธุรกิจอื่นๆ ได้ศึกษาเป็นตัวอย่าง
นอกจากนั้น นายครอคยังได้สร้างรูปแบบพิเศษอีกอย่างหนึ่ง กล่าวคือเวลาจะขายแฟรนไชส์ให้ใคร แมคโดนัลด์จะเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น แล้วเก็บค่าเช่าต่อจากผู้ซื้อแฟรนไชส์อีกต่อหนึ่ง
ยิ่งร้านนั้นเติบโตเท่าใด ค่าเช่าที่เก็บก็จะแปรผันตามไปด้วย
จึงอาจกล่าวได้ว่า...แมคโดนัลด์นั้นอยู่ในธุรกิจ "อสังหาริมทรัพย์" ก็ได้
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น แมคโดนัลด์ก็ได้สร้าง "สัญลักษณ์" มากมายอันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน
ตั้งแต่ ตัวเอ็มโค้งทอง โลโก้ของแบรนด์แมค ตัวตลกประจำร้านอย่าง โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (ซึ่งพบว่าเด็กอเมริกันเกินร้อยละ 96 จำเขาได้), บิ๊กแมค แฮมเบอร์เกอร์สองชั้น, แฮปปี้มีล ชุดอาหารสำหรับเด็ก ที่ภายในบรรจุของเล่นล่อใจ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ดึงลูกค้าเด็กๆ เข้าหาแมคได้มหาศาล, หรืออย่างเฟรนชฟรายด์ ที่แมคขายเยอะจนกระทั่งต้องปฏิวัติรูปแบบการเตรียมวัตถุดิบใหม่ในแบบแช่แข็ง และหั่นสำเร็จ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม แม้แมคจะขึ้นชื่อเรื่องระบบแค่ไหนก็จะเห็นได้ว่า "ปัจเจกบุคคล" ยังมีอิทธิพลต่อความเป็นความตายของแมคอยู่มากโข
ดูตัวอย่างซีอีโอแมคปะไร ถึงกับต้องดึงนายจิม แคนตาลูโป เข้ามาอีกครั้งหลังปลดเกษียณ เพื่อกอบกู้บริษัท
หรือนายชาร์ลี เบลส์ ผู้บริหารหนุ่มผู้ไปดูแลตรงไหน ตรงนั้นก็เติบโตไปเสียหมด (แต่ก็ต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร)
สุดท้าย ผมคิดว่าแมคโดนัลด์กำลังจะสอนให้โลกเห็นถึงการเปลี่ยน S-Curve
หรือ การฝืนวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ จากธุรกิจฟาสฟู้ด (ในความหมายดั้งเดิมคืออาหารไร้คุณค่า) ที่อยู่ในขาลง ก้าวเข้าสู่ธุรกิจฟาสต์ฟู้ด ในความหมายใหม่ (ที่ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไรแน่) ที่ต้องคำนึงถึงสุขภาพมากขึ้น เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น
ดูกันครับว่าแมคจะทำสำเร็จหรือไม่อย่างไร
ไม่กินแมคไม่เป็นไร...แต่อย่าปิดกั้นความรู้ที่ได้จากแมค
เพราะแมคโดนัลด์ให้คุณค่าทางธุรกิจ มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการหลายเท่านัก
วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ธุรกิจเฟื่อง สร้างแรงปะทุ ค่ายน้อยใหญ่เปิดเวทีจุดประกายฝัน
ระเบิดความร้อนแรง! เป็นว่าเล่นสำหรับ “ธุรกิจขายตรง” ที่ไม่ว่าจะยุคไหน พ.ศ. ไหน ธุรกิจขายตรงก็ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างความสำเร็จให้กับคนเครือข่ายได้มีชีวิตที่ดีลืมตาอ้าปากอย่างปฏิเสธไม่ได้จริงๆ...ที่สำคัญ หากใครที่อยู่ในธุรกิจขายตรงมานานคงพอที่จะทราบว่า ธุรกิจนี้ค่อนข้างที่จะมีมนต์เสน่ห์ให้ชวนหลงใหล นั่นก็คือ ลงทุนไม่เยอะ เพียงแค่มีตัวกับใจที่เต็มร้อยกับการทำงานเพียงเท่านี้ก็สามารถสำเร็จได้
ขณะเดียวกัน ในเรื่องของภาพความสำเร็จกับในอดีตถือว่าค่อนข้างที่จะแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งวันนี้ ภาพความสำเร็จของคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนแล้วแต่เป็นอีกหนึ่งภาพที่เรียกว่าน่าเป็นที่ต้องตาต้องใจของคนที่กำลังมองหารายได้เสริมหรือต้องการยึดเป็นอาชีพหลักได้ด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญนอกเหนือจากในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินที่เป็นแรงดึงดูดใจ ของหลายๆ คนให้เข้ามาสู่ธุรกิจแล้ว เชื่อว่าหากใครที่เป็นคนเครือข่ายเรื่องของการเชิดชูเกียรติความสำเร็จถือว่าเป็น อีกหนึ่งความต้องการของคนเครือข่ายด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งนี้คือเครื่องหมายการันตีถึงความสำเร็จของเขาเองในการที่จะต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี แต่ใน ขณะเดียวกันย่อมต้องมีหลายคนต่างมองในมุมกลับกันว่าเป็น “การสร้างภาพ” นั่นเอง...ซึ่งปัจจุบันนี้ งานการเชิดชูเกียรติ ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ของแต่ละค่ายอยู่ดี ซึ่งอยู่ที่ว่าค่ายไหนจะสร้างภาพความคมชัดของธุรกิจได้เจิดจรัสขนาดไหนเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนี้หากจะให้พูดถึงงานเชิดชูเกียรตินักขายที่ยิ่งใหญ่ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ เชื่อว่าชื่อของ “นีโอ ไลฟ์” ที่มีแม่ทัพใหญ่อย่าง “ดร.นพรุจ เวชกุล” คงติดชาร์ตอันดับต้นๆ ในการจัดงานที่มีความถี่มากที่สุดของเมืองไทยอย่างแน่นอน ที่สำคัญต้องบอกว่าค่ายนี้ อาจจะ เรียกว่ามีผู้ที่ประสบความสำเร็จที่มากที่สุด ของขายตรงเมืองไทยเลยก็ว่าได้
อย่างล่าสุดที่ผ่านมา “นีโอ ไลฟ์” ได้จัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี ซึ่งงานนี้ถือเป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังของคนนีโอไลฟ์ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว โดยงานนี้มีทั้งสมาชิกหน้าใหม่และหน้าเก่าตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งล้นทะลักฮอลล์กันเลยทีเดียว ที่สำคัญสิ่งที่ถือว่าสร้างความฮือฮาแบบโดนใจสมาชิกรากหญ้าของ “นีโอ ไลฟ์” ในวันงานนั่นก็คือ การประกาศโครง การที่ชื่อว่า “Neo Life The Star Contest 1 ค้นคว้าหาดาวดวงใหม่” ที่ “ดร. นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เตรียมแผนงานที่จะปั้นเศรษฐีดวงใหม่ให้ประดับวงการขายตรงนั่นเอง
ซึ่งการจัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี นีโอ ไลฟ์ในครั้งนี้นั้น เรียกว่า เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจได้แบบยอดเยี่ยมทีเดียว ซึ่งหากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจนี้ คงจะทราบว่าการ จัดงานมอบเข็มเกียรติยศของค่ายนีโอ ไลฟ์ จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน และมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จทุกเดือนด้วย...นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจเครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับนักขายค่อนข้างมากทีเดียว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหนือชั้นจริงๆ เพราะการเชิดชูเกียรตินักขายคือ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเหล่านักขายที่ต้องการอยากที่จะไขว่คว้านอกเหนือจากในเรื่องของรายได้
เช่นเดียวกับค่าย “คิงส์ เฮิร์บ” ที่ออกมาตอกย้ำความมั่นคงของธุรกิจต่อสายตาคนเครือข่าย งานนี้ “ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล” ประธานบริษัทจัดหนัก เอาใจพี่น้องชาวคิงส์ เฮิร์บ ด้วยการจัดงานฉลองชัย 5 ปี พร้อมกับจัดงานเชิดชูเกียรตินักขายที่สามารถสร้างผลงานได้ตามคุณสมบัติอีกกว่า 200 ชีวิต งานนี้มีสมาชิกมาร่วมแสดงความยินดีกว่า 2,000 คนด้วยกัน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ... เรียกว่าเป็นการสร้างความเกรียงไกรให้กับธุรกิจ “คิงส์ เฮิร์บ” ได้เป็นอย่างดี พร้อม กับเป็นการประกาศถึงความพร้อมรบที่ครบเครื่องของค่ายนี้สู่สายตาคนเครือข่ายได้ประจักษ์นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีค่าย “มิทเชลล์” ภายใต้การนำทัพของ 3 แม่ทัพฝีมือดีอย่าง “ธนนันทน์ ราชสิงห์” ประธานกรรมการ, “จำรัส ราชสิงห์” ประธานที่ปรึกษา และ “ภูธณกล ศรีปรางค์” กรรมการบริหาร ที่ได้ จัดงานฉลองตำแหน่งให้กับนายกสโมสรสายใยใจทั้ง 7 ท่าน เพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกสโมสรฯ เรียกว่าเป็นการประกาศถึงแนวร่วมที่แข็งแกร่งของธุรกิจในการขับเคลื่อนธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะตำแหน่งดังกล่าว ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ซึ่งต้องฝ่าด่านอรหันต์มาอย่างมากมาย ทีเดียว
ที่สำคัญภายในงานนี้ ทางคณะผู้บริหารยังได้มีการมอบเช็คเงินสดมูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท ให้กับนายกสโมสรคนใหม่ ที่สามารถพิชิตรางวัลคุณสมบัตินี้ได้อีกด้วย...และนี่คือ ยุทธศาสตร์ง่ายๆ ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าทุกค่ายต่างก็มีเช่นนี้เหมือนกันอย่างแน่นอน��
ทั้งนี้ หากจะให้ล้วงลึกถึงอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจ เชื่อว่าในเรื่องของการสร้างสายสัมพันธ์กับหมู่มวลสมาชิก รวมถึงการเติมเต็มองค์ ความรู้เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่า มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่ายเพราะหากองค์กรไหนที่หล่อหลอมความเป็นธุรกิจอยู่ในเนื้อเดียวกัน เชื่อว่าธุรกิจย่อมขับเคลื่อนไปแบบมีประสิทธิภาพได้ด้วยเช่นกัน
เฉกเช่นดังค่าย “เอปูเซ่” ที่ในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อเป็นอาวุธ ติดมือให้กับนักขายค่ายนี้ค่อนข้างให้ความ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองว่าหากสมาชิกทุกคนเกิดความเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายแล้ว การทำงานย่อมง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างล่าสุด ในช่วงที่ผ่านมา “เอปูเซ่” ที่นำทัพหน้าโดย “มนตรี ฉิมมณีภัทร” ก็ได้รวมพลังคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อม ด้วยแกนนำทัพหน้าอีกหลายท่าน รวมพลังความเป็นหนึ่ง ด้วยการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิกทั่วประเทศไทย ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำ
ซึ่งองค์ความรู้ที่จะช่วยเหลือสมาชิก เอปูเซ่ให้ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ หลักสูตร ALS หรือหลักสูตรการฝึกฝนภาวะของผู้นำ ที่จะทำให้สมาชิกเอปูเซ่ทุกคนได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจมืออาชีพนั่นเอง ซึ่งความเข้มข้นของเอปูเซ่ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมาชิกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่ยังมีอาวุธที่ครบมือในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจอีกด้วย นั่นก็คือ สินค้าที่โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง... จนในวันนี้กล้าพูดได้เลยว่า ความเข้มข้นในเรื่องของการอบรมของที่นี้ คือ อีกหนึ่ง ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เอปูเซ่สามารถยืนหยัดในสมรภูมิรบเครือข่ายได้ตราบนานเท่านาน��
เช่นเดียวกับค่าย “หมอเส็ง” ที่ได้มีการจัดอมรมให้กับสมาชิกในคอร์สพิเศษ “Change to’Success เปลี่ยน... เพื่อสำเร็จ” ที่อาคารสำนักงานใหญ่รังสิต เมื่อ ช่วงที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายที่จัดหนักในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิก เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานให้เกิดความฮึกเหิมและรู้ถึงวิธีการทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง
ส่วนทางด้าน “แคทส์ ดอท คอม” ก็ได้จัดทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทีมผู้บริหารและสมาชิก ด้วยการนำพาผู้นำกว่า 270 ชีวิต เดินทางสู่เมืองพัทยา 3 วัน 2 คืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเติมไฟในการทำงานแก่สมาชิก ที่นอกเหนือจากการอบรมในห้องเรียน เรียกว่าทั้งสุข สนุก แถมเป็น การเชื่อมความสามัคคีร้อยรวมใจเป็นหนึ่งในการทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ คือ เครื่องหมายการันตีได้ว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่หอมหวานของใครหลาย คน เห็นได้จากยิ่งนับวันคนเริ่มที่จะเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น เห็นได้จากงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักขายของแต่ละค่าย เริ่มที่จะมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่าง เห็นได้ชัด ที่สำคัญในเรื่องของการเติมเต็ม องค์ความรู้ของสมาชิกก็มีส่วนที่สำคัญ ในการช่วยให้หลายๆ คนต่างอยากที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ในเรื่องของภาพความสำเร็จกับในอดีตถือว่าค่อนข้างที่จะแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งวันนี้ ภาพความสำเร็จของคนที่เข้ามาสู่ธุรกิจขายตรงจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินเงินทอง ล้วนแล้วแต่เป็นอีกหนึ่งภาพที่เรียกว่าน่าเป็นที่ต้องตาต้องใจของคนที่กำลังมองหารายได้เสริมหรือต้องการยึดเป็นอาชีพหลักได้ด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญนอกเหนือจากในเรื่องของรายได้ ทรัพย์สินที่เป็นแรงดึงดูดใจ ของหลายๆ คนให้เข้ามาสู่ธุรกิจแล้ว เชื่อว่าหากใครที่เป็นคนเครือข่ายเรื่องของการเชิดชูเกียรติความสำเร็จถือว่าเป็น อีกหนึ่งความต้องการของคนเครือข่ายด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งนี้คือเครื่องหมายการันตีถึงความสำเร็จของเขาเองในการที่จะต่อยอดทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี แต่ใน ขณะเดียวกันย่อมต้องมีหลายคนต่างมองในมุมกลับกันว่าเป็น “การสร้างภาพ” นั่นเอง...ซึ่งปัจจุบันนี้ งานการเชิดชูเกียรติ ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ของแต่ละค่ายอยู่ดี ซึ่งอยู่ที่ว่าค่ายไหนจะสร้างภาพความคมชัดของธุรกิจได้เจิดจรัสขนาดไหนเท่านั้นเอง
ปัจจุบันนี้หากจะให้พูดถึงงานเชิดชูเกียรตินักขายที่ยิ่งใหญ่ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ เชื่อว่าชื่อของ “นีโอ ไลฟ์” ที่มีแม่ทัพใหญ่อย่าง “ดร.นพรุจ เวชกุล” คงติดชาร์ตอันดับต้นๆ ในการจัดงานที่มีความถี่มากที่สุดของเมืองไทยอย่างแน่นอน ที่สำคัญต้องบอกว่าค่ายนี้ อาจจะ เรียกว่ามีผู้ที่ประสบความสำเร็จที่มากที่สุด ของขายตรงเมืองไทยเลยก็ว่าได้
อย่างล่าสุดที่ผ่านมา “นีโอ ไลฟ์” ได้จัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี ซึ่งงานนี้ถือเป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังของคนนีโอไลฟ์ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว โดยงานนี้มีทั้งสมาชิกหน้าใหม่และหน้าเก่าตบเท้าเข้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่งล้นทะลักฮอลล์กันเลยทีเดียว ที่สำคัญสิ่งที่ถือว่าสร้างความฮือฮาแบบโดนใจสมาชิกรากหญ้าของ “นีโอ ไลฟ์” ในวันงานนั่นก็คือ การประกาศโครง การที่ชื่อว่า “Neo Life The Star Contest 1 ค้นคว้าหาดาวดวงใหม่” ที่ “ดร. นพรุจ เวชกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เตรียมแผนงานที่จะปั้นเศรษฐีดวงใหม่ให้ประดับวงการขายตรงนั่นเอง
ซึ่งการจัดงานฉลองครบรอบ 11 ปี นีโอ ไลฟ์ในครั้งนี้นั้น เรียกว่า เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจได้แบบยอดเยี่ยมทีเดียว ซึ่งหากใครที่ติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจนี้ คงจะทราบว่าการ จัดงานมอบเข็มเกียรติยศของค่ายนีโอ ไลฟ์ จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน และมีสมาชิกที่ประสบความสำเร็จทุกเดือนด้วย...นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจเครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับนักขายค่อนข้างมากทีเดียว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่เหนือชั้นจริงๆ เพราะการเชิดชูเกียรตินักขายคือ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเหล่านักขายที่ต้องการอยากที่จะไขว่คว้านอกเหนือจากในเรื่องของรายได้
เช่นเดียวกับค่าย “คิงส์ เฮิร์บ” ที่ออกมาตอกย้ำความมั่นคงของธุรกิจต่อสายตาคนเครือข่าย งานนี้ “ดร.ปพน ลิ้มธำรงค์กุล” ประธานบริษัทจัดหนัก เอาใจพี่น้องชาวคิงส์ เฮิร์บ ด้วยการจัดงานฉลองชัย 5 ปี พร้อมกับจัดงานเชิดชูเกียรตินักขายที่สามารถสร้างผลงานได้ตามคุณสมบัติอีกกว่า 200 ชีวิต งานนี้มีสมาชิกมาร่วมแสดงความยินดีกว่า 2,000 คนด้วยกัน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ... เรียกว่าเป็นการสร้างความเกรียงไกรให้กับธุรกิจ “คิงส์ เฮิร์บ” ได้เป็นอย่างดี พร้อม กับเป็นการประกาศถึงความพร้อมรบที่ครบเครื่องของค่ายนี้สู่สายตาคนเครือข่ายได้ประจักษ์นั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีค่าย “มิทเชลล์” ภายใต้การนำทัพของ 3 แม่ทัพฝีมือดีอย่าง “ธนนันทน์ ราชสิงห์” ประธานกรรมการ, “จำรัส ราชสิงห์” ประธานที่ปรึกษา และ “ภูธณกล ศรีปรางค์” กรรมการบริหาร ที่ได้ จัดงานฉลองตำแหน่งให้กับนายกสโมสรสายใยใจทั้ง 7 ท่าน เพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกสโมสรฯ เรียกว่าเป็นการประกาศถึงแนวร่วมที่แข็งแกร่งของธุรกิจในการขับเคลื่อนธุรกิจได้เป็นอย่างดี เพราะตำแหน่งดังกล่าว ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ซึ่งต้องฝ่าด่านอรหันต์มาอย่างมากมาย ทีเดียว
ที่สำคัญภายในงานนี้ ทางคณะผู้บริหารยังได้มีการมอบเช็คเงินสดมูลค่ากว่า 1.2 แสนบาท ให้กับนายกสโมสรคนใหม่ ที่สามารถพิชิตรางวัลคุณสมบัตินี้ได้อีกด้วย...และนี่คือ ยุทธศาสตร์ง่ายๆ ที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับสมาชิกในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าทุกค่ายต่างก็มีเช่นนี้เหมือนกันอย่างแน่นอน��
ทั้งนี้ หากจะให้ล้วงลึกถึงอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจ เชื่อว่าในเรื่องของการสร้างสายสัมพันธ์กับหมู่มวลสมาชิก รวมถึงการเติมเต็มองค์ ความรู้เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถือว่า มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่ายเพราะหากองค์กรไหนที่หล่อหลอมความเป็นธุรกิจอยู่ในเนื้อเดียวกัน เชื่อว่าธุรกิจย่อมขับเคลื่อนไปแบบมีประสิทธิภาพได้ด้วยเช่นกัน
เฉกเช่นดังค่าย “เอปูเซ่” ที่ในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ เพื่อเป็นอาวุธ ติดมือให้กับนักขายค่ายนี้ค่อนข้างให้ความ สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองว่าหากสมาชิกทุกคนเกิดความเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายแล้ว การทำงานย่อมง่ายขึ้นด้วยเช่นกัน
อย่างล่าสุด ในช่วงที่ผ่านมา “เอปูเซ่” ที่นำทัพหน้าโดย “มนตรี ฉิมมณีภัทร” ก็ได้รวมพลังคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อม ด้วยแกนนำทัพหน้าอีกหลายท่าน รวมพลังความเป็นหนึ่ง ด้วยการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิกทั่วประเทศไทย ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำ
ซึ่งองค์ความรู้ที่จะช่วยเหลือสมาชิก เอปูเซ่ให้ประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ หลักสูตร ALS หรือหลักสูตรการฝึกฝนภาวะของผู้นำ ที่จะทำให้สมาชิกเอปูเซ่ทุกคนได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจมืออาชีพนั่นเอง ซึ่งความเข้มข้นของเอปูเซ่ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมาชิกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่ยังมีอาวุธที่ครบมือในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจอีกด้วย นั่นก็คือ สินค้าที่โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง... จนในวันนี้กล้าพูดได้เลยว่า ความเข้มข้นในเรื่องของการอบรมของที่นี้ คือ อีกหนึ่ง ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เอปูเซ่สามารถยืนหยัดในสมรภูมิรบเครือข่ายได้ตราบนานเท่านาน��
เช่นเดียวกับค่าย “หมอเส็ง” ที่ได้มีการจัดอมรมให้กับสมาชิกในคอร์สพิเศษ “Change to’Success เปลี่ยน... เพื่อสำเร็จ” ที่อาคารสำนักงานใหญ่รังสิต เมื่อ ช่วงที่ผ่านมา เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายที่จัดหนักในเรื่องของการเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับสมาชิก เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานให้เกิดความฮึกเหิมและรู้ถึงวิธีการทำงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง
ส่วนทางด้าน “แคทส์ ดอท คอม” ก็ได้จัดทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทีมผู้บริหารและสมาชิก ด้วยการนำพาผู้นำกว่า 270 ชีวิต เดินทางสู่เมืองพัทยา 3 วัน 2 คืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเติมไฟในการทำงานแก่สมาชิก ที่นอกเหนือจากการอบรมในห้องเรียน เรียกว่าทั้งสุข สนุก แถมเป็น การเชื่อมความสามัคคีร้อยรวมใจเป็นหนึ่งในการทำงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว
เรียกได้ว่า ทั้งหมดนี้ คือ เครื่องหมายการันตีได้ว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ก็ยังคงเป็นธุรกิจที่หอมหวานของใครหลาย คน เห็นได้จากยิ่งนับวันคนเริ่มที่จะเข้าใจในธุรกิจเครือข่ายมากขึ้น เห็นได้จากงานเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักขายของแต่ละค่าย เริ่มที่จะมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่าง เห็นได้ชัด ที่สำคัญในเรื่องของการเติมเต็ม องค์ความรู้ของสมาชิกก็มีส่วนที่สำคัญ ในการช่วยให้หลายๆ คนต่างอยากที่จะเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วยเช่นกัน
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)