แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม นีโอไลฟ์ neolife neolifeinter แผนการตลาด รายได้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเสริม นีโอไลฟ์ neolife neolifeinter แผนการตลาด รายได้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

เมื่อพ่อค้าคนกลางถูกตัดทิ้ง

Channel Conflict คือการที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางซึ่งเป็นคู่ค้าทางธุรกิจออกไป ตัวกลางในที่นี้เป็นได้ทั้งผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และพนักงานขาย โดยที่เจ้าของแบรนด์จะใช้วิธีจำหน่ายตรงไปถึงลูกค้าแทน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะผ่านทางอินเทอร์เน็ต

การ ที่เจ้าของแบรนด์ตัดตัวกลางออกก็เพื่อเพิ่มส่วนต่างระหว่างยอดขายกับต้นทุน (กำไร) ให้สูงขึ้น สมมุติว่าเจ้าของแบรนด์ขายให้ผู้ค้าส่งที่ราคา 40 บาท ผู้ค้าส่งไปขายต่อให้ผู้ค้าปลีกที่ราคา 70 บาท (30 บาทเป็นค่าขนส่งสินค้า ค่าสต็อกสินค้า และกำไร) จากนั้นผู้ค้าปลีกจึงไปขายให้ผู้บริโภคที่ราคา 100 บาท (30 บาทเป็นค่าเช่าพื้นที่วางสินค้า ค่าบริหารงานขาย เช่น ค่าจ้างพนักงานแคชเชียร์ และกำไร)

เปรียบเทียบการขายผ่านตัวกลางและการขายตรง
เปรียบเทียบการขายผ่านตัวกลางและการขายตรง
ต่อ มาเมื่อเจ้าของแบรนด์ตัดพ่อค้าคนกลางออก เจ้าของแบรนด์จะได้ส่วนต่าง 60 บาทกลับคืนมาทันที โดยส่วนหนึ่งจะเอาไปลงทุนกับระบบขายตรงถึงลูกค้า ส่วนหนึ่งลดราคาให้ลูกค้าซื้อได้ในราคาถูกลง และอีกส่วนหนึ่งคือกำไรที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น
แต่การตัดพ่อค้าคนกลางออกนั้นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าของแบรนด์จะทำได้ง่ายๆ กรณีศึกษาที่คลาสสิคมากๆ ก็คือ Compaq และ Dell
เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่ Compaq, HP, IBM กำลังรุ่งเรืองกับการขายคอมพิวเตอร์พีซีผ่านทางเครือข่ายค้าปลีกยักษ์ใหญ่ อย่าง Best Buy บริษัทผู้ประกอบคอมพิวเตอร์น้องใหม่อย่าง Dell เพิ่งจะเกิดขึ้นมา
การเป็นน้องใหม่แล้วจะทำให้คอมพิวเตอร์แบรนด์ของ ตัวเองเข้าไปอยู่ในห้างยักษ์ใหญ่ที่มีแต่แบรนด์ใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย Dell จึงเลือกวิธีการขายที่ไม่ต้องพึ่งพาเครือข่ายค้าปลีก แต่ใช้วิธีขายตรงถึงลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ Dell ส่งแคตาล็อกให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อให้โทรสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ได้ทันที วิธีนี้ทำให้ยอดขายของ Dell เติบโตขึ้นอย่างเงียบๆ
การขายตรงให้กับ ลูกค้าแบบนี้ นอกจากจะทำให้ Dell สามารถเสนอราคาได้ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Compaq แล้ว ลูกค้ายังได้รับสินค้าที่ทันสมัยที่สุดด้วย เพราะ Dell จะทำการผลิตก็ต่อเมื่อได้รับคำสั่งซื้อมาแล้ว ซึ่งต่างจาก Compaq ที่ใช้วิธีผลิตก่อน แล้วจึงกระจายสินค้าไปที่ร้านค้าปลีก กว่าสินค้าจะไปถึงผู้บริโภคก็ใช้เวลาเป็นเดือน คอมพิวเตอร์ก็ตกรุ่นแล้ว
เปรียบเทียบการขายผ่าน Best Buy ของ Compaq กับการขายตรงของ Dell
เปรียบเทียบการขายผ่าน Best Buy ของ Compaq กับการขายตรงของ Dell
พอ ถึงยุคของอินเทอร์เน็ต Dell ได้พัฒนาเว็บไซต์สำหรับสั่งซื้อคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ซึ่งทำให้ Dell ยิ่งก้าวกระโดดได้เร็วขึ้นอีก Dell ขายคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ตัวเอง ราคาถูกกว่านับร้อยเหรียญ เมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์สเป็กเดียวกันของ Compaq ที่วางขายใน Best Buy แบบนี้ลูกค้าคนไหนจะไม่ชอบ
ถามว่าทำไม Compaq ไม่ขายตรงแบบ Dell บ้างล่ะ?
คำ ตอบก็คือ Compaq มีคำว่า Channel Conflict ค้ำคออยู่นั่นเอง ถ้า Compaq ขายตรงในราคาที่ต่ำกว่าขายตามร้าน เจ้าของร้านก็จะไม่พอใจ Compaq อย่างแน่นอน ซึ่งรายได้หลักของ Compaq ก็มาจากร้านเหล่านี้ ที่ไม่ได้ขายแต่คอมพิวเตอร์พีซีเพียงอย่างเดียว แต่ขายเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ของ Compaq อยู่ด้วย ถ้า Compaq เริ่มขายตรง เจ้าของร้านขายปลีกจะเริ่มคว่ำบาตรสินค้า Compaq ซึ่งจะทำให้ Compaq มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงินทันที เพราะรายได้จากขายตรงก็ยังแค่นิดหน่อย แล้วยังต้องสูญเสียรายได้หลักจากร้านขายปลีกไปอีก แถมในตอนนั้น Compaq เองก็ย่ำแย่อยู่แล้วเพราะเสียส่วนแบ่งการตลาดไปให้ Dell เยอะมาก
ลองมาดูกรณีของ Amazon กันบ้าง ผู้ที่เป็นคู่ค้ากับ Amazon เพิ่งจะได้รับอีเมลข่าวร้ายว่า Amazon จะไม่จ่ายคอมมิสชั่นให้กับคู่ค้าที่มียอดขายจากการใช้ Paid Search หรือที่บ้านเราเรียกว่า PPC (Pay-Per-Click) อย่างเช่น Google AdWords ในการหาลูกค้าอีกต่อไป สิ่งที่ Amazon ทำก็คือการตัดตัวกลางออกนั่นเอง นี่ก็เป็น Channel Conflict เช่นกัน
แต่ Channel Conflict ของ Amazon นั้นต่างจากของ Compaq 3 ประการ
1. เดิมทีรายได้หลักของ Amazon ไม่ได้ผูกอยู่กับคู่ค้าเหล่านี้เพียงอย่างเดียว แต่ Amazon มีรายได้จากการมี Traffic เข้าเว็บโดยตรงอยู่แล้ว
2. Amazon ยังรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าที่เป็นเจ้าของเว็บและแนะนำลูกค้าจากเว็บตัวเองมาให้อยู่ รายได้ส่วนนี้ก็คงมีไม่น้อย
3. Amazon ได้เข้ามาเป็น “คู่แข่ง” ของคู่ค้า PPC สักพักหนึ่งแล้ว จึงเห็นลู่ทางว่าตัวเองก็สามารถโฆษณาผ่าน Search Engine ได้เองโดยไม่ต้องง้อคู่ค้า เลยขอส่วนต่าง 4% - 15% คืนจากคู่ค้า แล้วเอาส่วนต่างนี้มาโฆษณาบน Search Engine เอง ซึ่งจะทำให้ Amazon มีกำไรมากขึ้น
จะเห็นได้ว่า Amazon แบ่งคู่ค้าออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคู่ค้าที่เป็นเจ้าของเว็บที่มีคนเข้าเว็บอยู่แล้ว ส่วนอีกกลุ่มคือคู่ค้าที่ส่ง Traffic ให้โดยการซื้อคลิกจาก Search Engine หาก จะเปรียบเทียบ คู่ค้าที่เป็นเจ้าของเว็บก็เหมือนเจ้าของร้านขายปลีกที่ขายคอมพิวเตอร์ให้ Compaq ส่วนคู่ค้า PPC เป็นเสมือนคนยืนแจกใบปลิวที่มีชื่อกับเบอร์โทรอ้างอิงของตัวเองอยู่ตามสะพาน ลอย ไม่ได้มีทรัพย์สินในการทำธุรกิจอะไรเลย
Amazon ตัดตัวกลางที่ใช้ PPC ทิ้ง
Amazon ตัดตัวกลางที่ใช้ PPC ทิ้ง
Amazon เลือกที่จะเป็นมิตรกับร้านขายปลีกไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือร้านใหญ่ก็ตาม และเลือกที่จะเป็นปฏิปักษ์กับคนยืนแจกใบปลิว ถึงแม้ว่าคนนั้นจะหาลูกค้ามาให้มากขนาดไหนก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะ Amazon คงจะเปิดร้านขายปลีกเยอะๆ ไม่ไหว แต่สามารถจ้างเด็กแจกใบปลิวที่ค่าแรงถูกกว่าได้
ใครที่ลาออกจากงานมา ทำอาชีพเด็กแจกใบปลิวเพียงอย่างเดียว ช่วงนี้ก็คงลำบากหน่อย ทางเลือกที่มีก็คือเปลี่ยนไปแจกใบปลิวในประเทศอื่นที่ Amazon ยังจ่ายคอมมิสชั่นให้อยู่ (ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะโดนแย่งงานเหมือน เดิม) หรือไม่ก็ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของร้านขายปลีก หรือไม่ก็ไปแจกใบปลิวให้กับสินค้า่ยี่ห้ออื่นไปเลย


วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เกาะติดขายตรง ‘ยอดนักขาย’



.


องค์กรทุกองค์กรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับการขายทั้งในลักษณะทางตรงคือการขายสินค้าและบริการเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ และในลักษณะการขายแบบทางอ้อมเพื่อช่วยสนับสนุนให้ขายสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้นหรือเป็นลักษณะของการขายภาพลักษณ์และชื่อเสียง ทำให้ลูกค้ารู้สึกดี เกิดการจดจำและระลึกถึง
งานขายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับทุกองค์กร ทำให้ทุกองค์กรต้องสรรหาและคัดสรรบุคคลมาเป็นทีมงานขายที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นทรัพยากรบุคคลสำหรับการขายสินค้าและบริการหรือขายภาพลักษณ์และชื่อเสียง หรือเรียกง่ายๆ ว่าหาคนมาเป็น “ยอดนักขาย” ขององค์กร ซึ่งคุณสมบัติของยอดนักขายโดยทั่วๆ ไปจะต้องมีลักษณะพื้นฐานดังต่อไปนี้
1.สามารถเข้าใจและเห็นอกเห็นใจคนอื่น นักขายที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มีเหตุผลและเข้าใจในเหตุผลของบุคคลอื่น แสดงออกซึ่งความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีไมตรีจิต เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันซึ่งกันและกัน ด้วยความจริงใจและตรงไปตรงมา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบให้บุคคลอื่นเอาใจใส่และยอมรับ ดังนั้นนักขายก็จะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจบุคคลอื่น และใส่ใจในอารมณ์ ความรู้สึกของบุคคล เหล่านั้นด้วย
2.ชอบการช่วยเหลือคนอื่น การแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อบุคคลอื่น สามารถเป็นที่พึ่งพาของคนรอบข้างได้ การช่วยเหลือบุคคลอื่นเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนที่พบเจอ ซึ่งบ่งบอกถึงบุคลิกภาพนิสัยใจคอของแต่ละบุคคล งานขายจะต้องอาศัยทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และงานขายก็จะไม่สามารถประสบ ความสำเร็จได้ถ้าหากนักขายทำงานเพียงคนเดียวโดยไม่อาศัยพึ่งพาบุคคลอื่นเลย ดังนั้นนักขายจะต้องเป็นบุคคลที่ชอบช่วยเหลือบุคคลอื่น
3.เชื่อมั่นในกระบวนการทางสังคม การอยู่ร่วมกันในสังคมจะต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมร่วมกันหรือต้องอยู่ภายใต้บรรทัดเดียวกัน ดังนั้น ยอดนักขายก็จะต้องเป็นคนที่เคารพ เชื่อมั่นในกฎ กติกา และมีความเชื่อมั่นในกระบวนการทางสังคม เคารพในสิทธิหน้าที่และเสรีภาพของคนอื่นๆ ในสังคม และจะต้องเชื่อว่าการที่คนเราจะดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายได้นั้นจะต้องอาศัยครอบครัว เพื่อน และบุคคลรอบข้างด้วยมิตรภาพที่ดีที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน
4.อยากมีความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลอื่น การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคคลอื่น อาจเริ่มต้นจากตัวเองด้วยรอยยิ้ม ที่เต็มไปด้วยจิตใจโอบอ้อมอารี ซึ่ง บางครั้งการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นก็จะต้องเปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับบุคคลอื่นในสังคม มีการพัฒนาการทางด้านความสัมพันธ์จากคนไม่รู้จัก เป็นคนรู้จัก จากคนที่รู้จักเป็นเพื่อน จากเพื่อนธรรมดาเป็นเพื่อนสนิท จนนำไปสู่ความรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวหรือเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันหรือเป็นครอบครัวเดียวกัน
5.เชื่อว่างานขายคือหัวใจขององค์กร นั่นหมายถึงนักขายก็จะต้องรักงานขาย เข้าใจถึงธรรมชาติของงานขาย เพราะงานขายคือหัวใจขององค์กร ทุกองค์กร จะต้องมีงานขาย และยอดนักขายก็จะต้องเป็นคนที่รักงานขายเท่านั้นเพราะคนเราไม่น่าทำงานที่ไม่ชอบได้ดี ที่สำคัญสำหรับองค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้นั้นก็จะต้องอาศัยนักขายที่ดีและทุกคนในองค์กรก็ต้องเป็นยอดนักขาย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
6.มีคุณธรรม จริยธรรม การดำเนินกิจกรรมงานขายจะต้องกระทำอย่างถูกต้อง และนักขายต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและบุคคลอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง โดยนักขายจะต้องตระหนักถึงความมีจรรยาบรรณ เป็นบุคคลที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความยุติธรรม ไม่เอาเปรียบลูกค้าหรือองค์กร ตลอดจนเป็นบุคคลที่ไม่กล่าวเกินจริงและมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
คุณสมบัติพื้นฐานของยอดนักขายเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับองค์กร ต่างๆ ใช้สำหรับเป็นหลักในการคัดเลือกทีมงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายปลายทาง