แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธุรกิจเครือข่าย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไฮเดรติ้ง รีฟายเนอร์ (Hydrating Refiner)



c

ขนาดบรรจุ 125 มิลลิลิตร
ราคา 925.00 บาท
ราคาสมาชิก 740.00 บาท
9 PV

รายละเอียด

"Hydrating Refiner ไฮเดรติ้ง รีฟายเนอร์ สเปรย์ปรับสภาพผิวพร้อมกระชับรูขุมขน ผิวธรรมดา/ผิวแห้ง"

คุณประโยชน์

- ช่วยปรับสภาพผิวจากเนื้อโลชั่นบางเบา ช่วยกระชับรูขุมขนในขั้นตอนที่ 2
- อ่อนโยนต่อผิวพรรณด้วยสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- ช่วยเตรียมปรับสภาพผิวด้วยสารสกัดจาก ชาอูหลง ว่านหางม้า คาดมมายด์ และแตงกวา จากธรรมชาติที่ไม้มอบสิ่งล้ำค่าให้กับผิวที่น่าทะนุถนอมของคุณสารสกัดจากแตงกวาจะช่วยปรับผิวและเตรียมความพร้อมให้กับผิวสำหรับการบำรุงใน ขั้นตอนต่อไป
- ใช้สำหรับผิวธรรมดาและผิวแห้ง

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ตอบข้อโต้แย้ง

ไม่มีเวลา?

อันนี้ผมถือว่าเป็นข้ออ้างน่ะ ข้ออ้างที่ของคนที่ยังไม่รู้ว่าคุณทำเเล้วคุณจะได้อะไร
เอาง่ายๆ ลองถามกลับไปว่า ถ้าคุณถูกรางวัลลอตเตอรี่ 1 ล้านบาท เเต่ต้องบินไปเอาที่ยุโรป ถามว่าคุณจะมีเวลาไปเอาไหม?
เเน่นอนร้อยทั้งร้อยบินไปเอาเงินล้าน อ่าวเเล้วไหนบอกว่าไม่มีเวลาไง?

-----------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่มีเงิน?

อันนี้ก็เป็นข้ออ้างเหมือนกับ ไม่มีเวลา
เช่นเดียวกัน หากคุณถูกรางวัลลอตเตอรี่ 1 ล้านบาท เเต่ต้องหาเงินค่าภาษีมาจ่าย 1 เเสนบาท
คุณจะหามาได้ไหม? อ่าวไหนบอกว่าไม่มีเงินไง เเล้วไปเอามาจากไหนล่ะเนี่ย?

-----------------------------------------------------------------------------------------------
ทำไมของเเพงจัง?

เวลาคนเราซื้อของเราไม่ได้ดูหรอกว่าเเพงหรือถูก เรากำลังดูความคุ้มค่าของสิ่งนั้นๆ อย่างเช่น
มีคนขาย ทีวีจอเเบนรุ่นใหม่ล่าสุด ในราคา 1000 บาท คุณจะซื้อไหม?
เดินไปอีกหน่อยเจอคนขาย ขนมครกฝาละ 100 บาท คุณจะซื้อไหม?
100 ถูกกว่า 1000 ใช่ไหมครับ
เเต่เราดูถึงความคุ้มค่าของเงินที่เราจ่ายไปต่างหากล่ะว่าคุ้มกับสิ่งที่เราจะได้มาหรือไม่ ใช่ไหมครับ?

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ล้างเลือด เพิ่มออกซิเจนในเลือด


คลอโรฟิลล์ พาวเดอร์ (Chlorophyll Powder)


Chlorophyll

ขนาด 92 กรัม
ราคา 775.00 บาท

ขวดทดลอง 15 กรัม(ใช้ได้ 1-2 อาทิตย์แล้วแต่ปริมาณและความเข้มข้นที่รับประทาน)
ราคา 150 บาท

ขวดเปล่าแบ่งคลอโรฟิลล์
ราคาขวดละ 5 บาท

รายละเอียด

"คลอโรฟิลล์ คือโลหิตของพืช มีแร่ธาตุธรรมชาติมากมายประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน โปรตีน และสารอาหารต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกาย ของเรา มนุษย์ควรบริโภคคลอโรฟิลล์มาก ๆ เพื่อมาเสริมฮีโมโกลบิลในเม็ดเลือด ดังคำกล่าวที่ว่า ?เลือดพืชมีสีเขียว เลือดมนุษย์มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดจะต้องไม่มีพิษ จงล้างพิษด้วยพืชสีเขียว? คลอโรฟิลล์ เป็นสารสีเขียวที่สกัดจากต้นอัลฟัลฟา (Alfalfa) สาเหตุที่เราต้องดื่มคลอโรฟิลล์ เพราะว่าการบริโภคผัก ผลไม้สดโดยตรง อาจไม่สะดวกและที่เลวร้ายกว่านั้นผักผลไม้สดทั่วไป มักมีสารเคมีที่เป็นพิษปนเปื้อน การดื่มคลอโรฟิลล์ ที่ผ่านกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน จึงสามารถทดแทน การรับประทานพืชผักบริสุทธิ์ ปริมาณมาก ๆ ได้"

คุณประโยชน์

- ช่วยในกระบวนการล้างสารพิษในเลือดและขจัดของเสียสะสมในร่างกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้น
- ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ฟอกเลือดให้สะอาด
- ช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ
- ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ลดปัญหาเส้นเลือดขอด
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดรอยดำคล้ำใต้ดวงตา ทำให้ใบหน้าสดใส
- ลดอาการภูมิแพ้ ผื่นมลพิษ แพ้อากาศ โรคหอบหืด
- บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดศีรษะ และไมเกรน
- ลดกรดในกระเพาะอาหารและลำไส้
- บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

วิธีรับประทาน

ผสมผงคลอโรฟิลล์ลงในน้ำดื่มธรรมดาหรือน้ำอุ่น เขย่าหรือคนจนเป็นสีเขียว(2-3 บีบ/600 มิลลิลิตร) ดื่มแทนน้ำวันละ 1-2 ลิตร เป็นประจำทุกวัน จะทำให้ผิวพรรณสดใส สุขภาพดี

คำแนะนำ

- ผู้ป่วยโรคไทรอยด์, SLE, ธาลัสซีเมีย ควรทดลองดื่มทีละน้อยจาง ๆี
- ผู้ที่ไม่รับประทานผักควรเริ่มต้นดื่มจาง ๆแล้วค่อยเพิ่มความเข้มข้นขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การแจ้งความร้องทุกข์ คดีฉ้อโกง


 การ กระทำความผิดอาญาโดยทั่วไปผู้เสียหายจะต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงจะมีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจึงจะมีอำนาจดำเนินคดีให้ผู้เสียหายได้ หลักเกณฑ์การร้องทุกข์หรือที่เราเรียกกันว่าง่าย ๆ ว่า "การแจ้งความ" นั้น คือ การที่ผู้เสียหายกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้นไม่ว่า จะรู้ตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ ก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ดนกันหลายคนให้รวบรวมรายชื่อให้ได้มากที่สุด ให้มีผู้เสียหายร่วมแจ้งความมากที่สุดเอามันโรงพักเดียวนั่นแหละ ถ้าเป็นผู้กระทำผิดรายเดียวกัน มิเช่นนั้น ถ้าทยอยไปแจ้งความ มันจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จะปัดความรับผิดชอบโดยจะให้ไปแจ้งในเขตที่เราโอนเงิน ซึ่งถ้ารวมตัวกันไปหรือแจ้งสื่อมวลชนด้วยจะไม่เกิดปัญหานี้วามผิด เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็สามารถดำเนินการได้ แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้ร้องทุกข์ ก็ตาม

โดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ แต่ ถ้าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน เช่น คดีขัดต่อศีลธรรมอันดี ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหาย เช่น คดีฆ่าคนตาย ลักทรัพย์ คดีรุมโทรม หรือข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เหล่านี้ หากพบการกระทำคสรุป
-ถ้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า ในคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์ หรือฟ้องคดีเอง ต่อศาลภายในกำหนดเวลา 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ ความผิด หมายความว่าถ้าผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้ภายใน 3 เดือน คดีก็สามารถดำเนินต่อไปได้ และต่อมา ถ้าผู้เสียหาย จะฟ้องคดีเองอีกก็ได้ เพราะถือว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ร้องทุกข์หรือ "ยังไม่เป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย" ผู้เสียหายก็ต้องรีบฟ้องคดีภายในกำหนด 3 เดือน ไม่เช่นนั้น คดีจะขาดอายุความฟ้องเองก็ไม่ได้

คดีที่กฎหมาย บัญญัติว้ให้เป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น คดีอาญาความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค คดียักยอก คดีฉ้อโกง คดีทำให้เสียทรัพย์ คดีข่มขืนต่อผู้ที่อายุเกิน 15 ปี (ซึ่งต้องไม่เป็นการรุมโทรม, ไม่ได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล, ไม่ได้ใช้อาวุธ ไม่ได้กระทำต่อบุตร หรือผู้ที่อยู่ในปกครอง และผู้เสียหาย ไม่ได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย) ฯลฯ ดังนั้นนอกจากจะต้องแจ้งความหรือฟ้องคดีเองภายใน 3 เดือนแล้ว คำแจ้งความร้องทุกข์นั้นจะต้องเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายด้วย ไม่เช่นนั้น จะถือเท่ากับว่า ยังไม่มีการร้องทุกข์ ดังนั้นถ้าเกิน 3 เดือน ผู้เสียหายจะนำคดีมาฟ้องเองก็ไม่ได้

ส่วนที่สำคัญของการร้องทุกข์คือว่า ผู้เสียหายจะต้องกล่าวหาโดยมีเจตนาที่จะให้ผู้กระทำความผิด ได้รับโทษ แต่เราจะพบบ่อยครั้งที่ผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ แต่ลงบันทึกประจำวันไว้ว่า "แจ้งไว้ เป็นหลักฐาน" เช่น บางครั้งผู้เสียหายยังต้องการจะเจรจากับผู้ต้องหา เมื่อได้แจ้งข้อเท็จจริงกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ก็จะระบุไว้ว่า แจ้งเป็นหลักฐานเพื่อ ไม่ให้คดีขาดอายุความ แจ้งไว้เพื่อนำเรื่อง ไปจัดการเอง แจ้งว่าถูกข่มขืน แต่จะดูไปก่อน ถ้าผู้ต้องหาย้อนมาอีกก็จะเอาเรื่องถ้าไม่มาอีกก็แล้วไป เหล่านี้ถือว่าเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายเพราะเป็นการแจ้งไว้เป็นหลักฐาน ถือว่าขณะนั้นยังไม่มีเจตนา ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำความผิด เท่ากับยังไม่ได้มีการร้องทุกข์ ดังนั้นผู้เสียหายจึงต้อง ไปร้องทุกข์ให้ถูกต้องตามกฎหมายใหม่ภายใน 3 เดือนนับแต่วันเกิดเหตุและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นถ้าเกิน 3 เดือนคดีจะขาดอายุความ

สำเนาในใบบันทึกประจำวันที่ส่งมาให้ดูนั้น เห็นได้ชัดว่า เป็นการไปแจ้งเพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจ ในการสอบสวน เพราะยังไม่ถือว่าเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย ถ้าหากยังไม่เกิน 3 เดือน คุณก็อาจจะไปแจ้งความร้องทุกข์ใหม่ให้ถูกต้องหรือฟ้องคดีเองก็ได้ แต่นี่เกิน 3 เดือนนับแต่วันเกิดเหตุแล้วคดีขาดอายุความร้องทุกข์และคุณฟ้องเองก็ไม่ได้ 


สรุป

-ถ้าโดนกันหลายคนให้รวบรวมรายชื่อให้ได้มากที่สุด ให้มีผู้เสียหายร่วมแจ้งความมากที่สุดเอามันโรงพักเดียวนั่นแหละ ถ้าเป็นผู้กระทำผิดรายเดียวกัน มิเช่นนั้น ถ้าทยอยไปแจ้งความ มันจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จะปัดความรับผิดชอบโดยจะให้ไปแจ้งในเขตที่เราโอนเงิน ซึ่งถ้ารวมตัวกันไปหรือแจ้งสื่อมวลชนด้วยจะไม่เกิดปัญหานี้ครับ

 ถ้าแจ้งความภายใน3เดือน อายุความจะอยู่ที่10ปีคือ คดีจะติดตัว ผู้กระทำผิดให้ตำรวจได้ตามจับ หรือยื่นเรื่องฟ้องร้องได้ภายใน10ปี อ้างอิง คือหนีไปเหอะ10ปีเอง555



วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รายชื่อเว็บโพส ประกาศฟรี สำหรับโปรโมท

รวมรายชื่อเว็บลงประกาศฟรี! นี่เป็นเพียงบางส่วนนะคะ สามารถหาเพิ่มเติมได้โดยการเข้าเว็บไซต์ของ Google แล้วพิมพ์คำว่า โพสฟรี ประกาศฟรี โฆษณาฟรี เลื่อนประกาศได้ ฯลฯ
วิธีการเลื่อนประกาศ คือ การคลิกเลื่อนประกาศ,คลิกอัพเดทประกาศ,แก้ไขประกาศ ของตัวเอง แต่ละเว็บอาจมีวิธีการเลื่อนประกาศที่ไม่เหมือนกัน แนะนำให้สมัครสมาชิกของทุกเว็บที่ลงประกาศ ใช้ username และ password เหมือนกันก็ได้ เพื่อความสะดวกต้อง save ราย ชื่อเว็บที่ลงประกาศไปแล้วด้วยนะคะ จะได้สามารถเลื่อนประกาศได้ง่าย เลื่อนประกาศแต่ละเว็บวันละครั้งก็พอค่ะ แต่ควรทำสม่ำเสมอเพื่อประกาศของคุณจะได้ติด Google เร็วๆ ค่ะ

http://www.be2hand.com/    เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.freeads9.com/   เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.friendjob.com/  เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.haraidai.com/   เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.ladymarketonline.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.marketpostcenter.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://classified.nalueng.com/   เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://market.onlineoops.com/    เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.pantipmarket.com/     สมาชิกเลื่อนได้ 8 ครั้ง ต่อวัน  ไม่เป็นสมาชิกเลื่อนได้ 1 ครั้ง ต่อวัน
http://www.sanook.com/     เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.shopsinka.com/  เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.siammix.net/    เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.tarad2u.com/    เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.velamall.com/   เลื่อนประกาศได้ 4 ชม./ครั้ง(ตัวนี้บอกเราด้วยว่า อยู่อันดับที่เท่าไหร่แล้ว)
http://www.centeroneplaza.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.market2home.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://thaicybermart.com/  เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.cmprice.com/    เลื่อนประกาศได้ ชม.ละ 1 ครั้ง
http://www.is.in.th/       เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.postsmiles.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา (โดยการแก้ไขประกาศ)
http://www.thaicenterway.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.thaisecondhand.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.bigshopping.com/   เลื่อนประกาศได้ ชม.ละ 1 ครั้ง
http://www.classifiedezy.com/
http://www.free4market.com/   เลื่อนประกาศได้ ชม.ละ 1 ครั้ง
http://www.freepost.in.th/    เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.selling.in.th/     เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.kaykong.com/       เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.kingdomplaza.com/  เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.mabids.com/
http://www.manaforum.com/     เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.marketintrend.com/
http://www.marketzaa.com/     เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.mlmthailand.in.th/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.plaza24hour.com/   เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.plazapost.com/     เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.postbuysale.com/   เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.siam-vip.com/
http://www.sinkadee.com/
http://www.taradtoyou.com/    เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.thaibestpromotion.com/
http://thaicybermart.com/     เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.thaidbmarket.com/  เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://www.thaimarketforyou.com/ เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://www.thaimarketfree.com/   เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://my.thaimess.com/  (เป็น social network คนเข้าใช้เยอะมาก)
http://www.thainn.com/   (เป็น social network คนเข้าใช้เยอะมาก)
http://www.thaiok.com/
http://classified.thaismeplus.com/ เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน
http://market.thaiza.com/ (เลื่อนประกาศโดยการแก้ไขประกาศ) เลื่อนประกาศได้ ตลอดเวลา
http://postfree.zlicker.com/
http://www.โพสต์ฟรี.th/index2.php   เลื่อนประกาศได้ 1 ครั้ง ต่อ วัน

เว็บบอร์ด ลงประกาศฟรี !
(เลื่อนประกาศโดย เข้าไปตอบในหน้าประกาศของตัวเอง)
http://www.pattayadailynews.com/th/bb/index.php
http://www.tourkorat.com/board/index.php
http://onlinejobs.fix.gs
http://www.ladyessential.com/index.php
http://www.kaitook.com/index.php
http://www.simplemarketplace.com
http://www.tourkorat.com/board/index.php








วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Wellness Industry

คุณพร้อมที่จะจ่ายเงินเท่าไหร่ เพื่อหยั่งรู้อนาคต แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ... คุณจะสร้างประโยชน์อะไรได้หรือไม่ ถ้าหากคุณล่วงรู้อนาคตแล้ว หรือ คุณเพียงแค่จะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป?
  • หุ้นที่น่าจะขายออกไป

  • ที่ดินที่น่าจะซื้อไว้

  • หรือโอกาสที่น่าจะไขว่คว้าไว้ แต่คุณก็ปล่อยมันหลุดมือไป... แล้วอีกนานแค่ไหน จึงจะมีโอกาสดีๆ อีกครั้ง?
นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของคุณ... ลองมาดูสิ่งต่อไปนี้

ในทุกๆ ทศวรรษ จะมีสิ่งใหม่ๆ ที่พลิกโฉมหน้าของยุค เช่น...
  • ในช่วงทศวรรษที่ 70 เป็นยุคของเตาไมโครเวฟ
  • ในช่วงทศวรรษที่ 80 เป็นยุคของเครื่องเล่นวีดีโอเทป
  • ในช่วงทศวรรษที่ 90 เป็นยุคแห่งคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต
คน ที่ไขว่คว้าโอกาสในทศวรรษที่ 80 ไว้ได้กลายเป็นเศรษฐีในเวลาต่อมา ส่วนคนที่ใช้โอกาสในทศวรรษที่ 90 สร้างธุรกิจ ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นมหาเศรษฐีในเวลาต่อมาเช่นเดียวกัน
แล้วคุณคิดว่ามีโอกาสอะไรบ้างในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้?


ใน หนังสือ "The Next Trillion" ซึ่งเป็นหนังสือขายดี เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Paul Zane Pilzer ได้กล่าวไว้ว่า ภายในปี 2010 อุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ จะทำเงินเพิ่มขึ้นให้ระบบเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาได้ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะมันเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ชะลอความแก่ชรา และเสริมสร้างภูมิป้องกันโรค เมื่อมาดูจากข้อมูลแล้ว ยอดขายในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพเมื่อ 2 ทศวรรษก่อนนั้นแทบจะไม่มีเลย แต่ ณ วันนี้มันมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์ในอเมริกา แต่ภายในปี 2010 มูลค่ารวมจะพุ่งขึ้นเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี นั่นหมายถึง การเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 500 %

อะไรเป็นปัจจัยต่อการเจริญเติบโตอันน่าอัศจรรย์นี้? ปัจจัยอะไรที่สามารถทำให้มั่นใจได้เช่นนี้?
ด้วยคำๆ นี้ "เบบี้ บูมเมอรส์(Baby Boomers)" ซึ่งเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันมากว่า 20 ปี และยังเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากว่า 20 ปี นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะขณะนี้คนกลุ่มนี้มีอายุระหว่าง 37-55 ปี มีรายได้ในระดับสูง มีเงินออม และมีอำนาจในการซื้อที่สูง กลุ่มเบบี้บูมเมอรส์ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีบ้าน มีรถยนต์ มีคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตใช้อย่างแพร่หลาย มูลค่าสินทรัพย์ของเขาเหล่านี้รวมแล้วสูงถึงประมาณ 5 ล้านล้านเหรียญ จากมูลค่าระบบเศรษฐกิจรวม 10 ล้านล้านเหรียญ
ถึงแม้กลุ่มเบบี้บูมเมอรส์จะมีจำนวนเพียง 30 % ของประชากร แต่กลับสร้างมูลค่าถึง 50 % ของผลผลิตมวลรวมในชาติ ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาจะเป็นกลุ่มคนที่เพิ่มปริมาณการใช้จ่ายอีก 1 ล้านล้านเหรียญ(รวมกับ 5 ล้านล้านเหรียญเดิม) เพื่อใช้ในการซื้อหาสิ่งที่นอกเหนือไปจากบ้าน รถยนต์ หรือคอมพิวเตอร์ นั่นคือเขาจะแสวงหา"ความเป็นหนุ่มสาว ชะลอความแก่ชรา สุขภาพที่ดี ความเป็นอยู่ที่ดี" ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่จะพลิกโฉมหน้าธุรกิจของยุคอีกครั้ง
ในอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มเบบี้บูมเมอรส์ จะใช้จ่ายเพื่อบริการด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นจาก 2 แสนล้านเหรียญวันนี้ ไปเป็น 1 ล้านล้านเหรียญ นั่นหมายถึง 2 พัน 7 ร้อยล้านเหรียญต่อวัน หรือ 114 ล้านเหรียญต่อชั่วโมง หรือ 1 ล้าน 9 แสนเหรียญต่อนาที
เมื่อเราได้มองเห็นแนวโน้มแห่งอนาคตนี้แล้ว ผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมกับโอกาสนี้ คงมีทางเลือกอยู่ 4 ทาง คือ
1. การเป็นผู้ประกอบการ(Practitioner) เช่น แพทย์, สถานกายภาพบำบัด, สถานบริการเพื่อสุขภาพ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณมีเวลามากพอ มีเงินทุนที่จะเรียน และแข่งกับบริษัทประกันได้ และ...ถ้าคุณเต็มใจแลกเวลากับเงิน
2. การเป็นผู้ผลิต(Manufacturer) ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคุณมีเงินหลายๆ ล้าน เพื่อลงทุนสร้างโรงงาน จดทะเบียนต่างๆ และเพื่อการขนส่งสินค้า
3. การค้าปลีก(Retailer) ก็ นับว่าเป็นโอกาสที่ดี ถ้าคุณเต็มใจจ่ายค่าแฟรนไชส์(เหมือน 7-11) และทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ ยอมจ่ายค่าโฆษณา สินค้าคงคลัง และปัญหาเรื่องลูกจ้าง
4. การเป็นผู้จัดจำหน่าย(Distributor) ซึ่งเราพบว่า ผู้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใน 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนเป็นผู้ที่พบหนทางใหม่ ในการจัดจำหน่ายมากกว่าที่จะพบวิธีการผลิตใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น แซม วอลตัน แห่งวอลมาร์ท, สมิธ แห่งเฟดเดอรัล เอ็กซ์เพรส และ เจฟ เบซอส แห่งอะเมซอนดอทคอม สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 3 คนคือ เขาเป็นผู้จัดจำหน่ายได้พบวิธีใหม่ในการกระจายสินค้าที่ผู้บริโภครู้จัก และมีความต้องการอยู่แล้ว
แล้วทางเลือกไหนน่าสนใจที่สุด? ลองพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมในเชิงสถิติจากวิดิโอต่อไปนี้(เพราะสถิติไม่เคยโกหกใคร)

คุณพร้อมแล้วหรือยัง? คุณจะสนใจหรือไม่? หากธุรกิจนี้...
1. เป็นธุรกิจที่การเริ่มต้นไม่ยุ่งยากมาก เริ่มต้นด้วยเงินทุนที่ต่ำ แต่ผลกำไรมาก
2. เป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายโดยเพิ่มสาขาได้ง่าย และสามารถขยายไปได้ทั่วโลก
3. เป็นโครงสร้างของการตลาดแนวใหม่
4. ทำให้คุณมีเวลากับครอบครัวมากขึ้นในอนาคต
5. เปิดโอกาสให้คนรอบข้างของคุณที่มีเงินทุนจำกัด สามารถลงทุนร่วมธุรกิจกับคุณได้
เราเรียกธุรกิจนี้ว่า ธุรกิจเครือข่าย(Network Marketing)ซึ่งเป็นธุรกิจที่ สองมหาเศรษฐีระดับโลกของอเมริกาคือ Robert T Kiyosaki และ Donald Trumpได้กล่าวถึงไว้ในหนังสือ WHY WE WANT YOU TO BE RICH (ชวนคุณให้รวย)

ว่า... "ใครก็ตามที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ให้เริ่มด้วยการทำ Network Marketing"
ธุรกิจ Network Marketing ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเชียวหรือ? มันจะเป็นไปได้หรือ?
ก่อนจะตัดสินว่าเป็นไปได้...หรือ...เป็นไปไม่ได้ เรามีข้อเท็จจริงเรื่องหนึ่ง ที่จะบอกกับคุณว่า"ทุกวันนี้ คุณเองก็เกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว"


 

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

คนรวยมุ่งไปข้างหน้าแม้จะหวาดกลัว
คนจนปล่อยให้ความกลัวหยุดยั้งตัวเอง
การกระทำคือ "สะพาน" เชื่อมระหว่างโลกภายนอกและโลกภายใน(จิตใจ)

ความ กลัว ความไม่แน่ใจ และความกังวล เป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่เพียงแต่ในแง่ของความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสุดของคุณด้วย เพราะฉะนั้น หนึ่งในข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างคนรวยกับคนจนก็คือ

คนรวยเต็มใจลงมือทำแม้จะหวาดกลัว แต่คนจนปล่อยให้ความกลัวขัดขวางพวกเขา

ความ ผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ที่สุดของคนส่วนใหญ่ก็คือการรอให้ความกลัวลดน้อยลงหรือ จางหายไปก่อนจะเริ่มลงมือทำ และคนเหล่านี้ก็มักลงเอยด้วยการนั่งรอตลอดไป

นักรบที่แท้จริงต้องสามารถ "ทำให้งูเห่าแห่งความกลัวเชื่องลงได้" เราไม่ได้บอกว่าให้คุณฆ่างูตัวนั้น และไม่ได้บอกให้กำจัดมันทิ้งไป และที่แน่ๆก็คือ เราไม่ได้บอกให้คุณวิ่งหนีมัน เราบอกให้คุณฝึกงูเห่าตัวนั้น "ให้เชื่อง"

เนื่อง จากมนุษย์ทุกคนล้วนมีนิสัยติดตัว เราจึงต้องฝึกลงมือทำแม้จะหวาดกลัว แม้จะกังขา แม้จะกังวล แม้จะไม่แน่ใจ แม้จะไม่สะดวก แม้จะอึดอัด และแม้ว่าเราไม่มีอารมณ์อยากจะทำ

อะไรก็หยุดยั้งคุณได้ทั้งนั้น ทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะขนาดของปัญหา แต่เป็นเพราะขนาดของตัวคุณเอง!

ถ้าคุณต้องการสร้างฐานะหรือความสำเร็จ คุณต้องทำตัวเป็นนักรบ คุณต้องเต็มใจที่จะทำทุกอย่างที่ต้องทำ

คุณต้อง "ฝึก" ตัวเองไม่ให้มีสิ่งใดมาหยุดยั้งคุณได้

หนึ่งในกฎของการเป็นนักรบคือ

"ถ้าคุณเต็มใจจะทำแต่เรื่องง่าย ชีวิตจะกลายเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าคุณเต็มใจทำแต่เรื่องยาก ชีวิตจะกลายเป็นเรื่องง่าย"

คนรวยไม่ตัดสินใจทำอะไรเพราะเห็นแก่ความง่ายดายหรือความสะดวก วิถีชีวิตแบบนั้นมีไว้สำหรับคนจนและชนชั้นกลางส่วนใหญ่เท่านั้น

ทำไม การลงมือทำทั้งที่ที่ลำบากถึงสำคัญนัก? นั่นก็เป็นเพราะ "ความสบาย" คือสถานะที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ ถ้าคุณอยากก้าวขึ้นไปอีกขั้นในชีวิต คุณต้องก้าวออกมาจากเขตความสบาย และฝึกฝนตนเองให้ทำในสิ่งที่รู้สึกอึดอัด

ความสบายทำให้คุณรู้สึกอบอุ่น เบาใจ และมั่นคง แต่มันไม่สามารถทำให้คุณเติบโตได้

การเติบโตต้องอาศัยการก้าวล้ำเขตความสบายของคุณออกไป คุณจะสามารถเติบโตอย่างแท้จริงได้ก็ต่อเมื่อคุณก้าวออกนอกเขตความสบายเท่านั้น

ผม ขอถามอะไรสักข้อนึง ครั้งแรกที่คุณพยายามหัดทำสิ่งใหม่ๆ คุณรู้สึกสบายใจหรืออึดอัด แน่นอนว่ามักจะอึดอัด แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นล่ะ? ยิ่งคุณฝึกฝนมาเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรู้สึกสบายใจกับมันมากขึ้นเท่านั้น ถูกไหม? นั่นล่ะวิถีทางของมัน

ทุกอย่าง ต้องเริ่มจากความอึดอัด แต่ถ้าคุณมุ่งมั่นและทำต่อไป ในที่สุดคุณก็จะก้าวพ้นความอึดอัดนั้นและประสบความสำเร็จในที่สุด จากนั้นคุณก็จะมีเขตความสบายใหม่ที่ขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งหมายความว่า คุณกลายเป็นคนที่ "โตกว่าเดิม"

ขอย้ำอีกครั้งว่า เวลาเดียวที่คุณสามารถเติบโตได้คือชั่วขณะที่คุณรู้สึกอึดอัด ตั้งแต่นี้ไป เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณรู้สึกอึดอัด แทนที่จะล่าถอยกลับเข้าไปในเขตแสนสบายที่คุ้นเคย ให้ลูบหลังตัวเองแล้วบอกว่า "ฉันต้องโตขึ้น" และก้าวต่อไปข้างหน้า

ไม่มีใครเคยตายเพราะความอึดอัด

แต่ การใช้ชีวิตแบบยึดติดกับความสบายนี่สิที่ฆ่าไอเดีย โอกาส การลงมือทำ และการเติบโตมานักต่อนัก ยิ่งกว่าสาเหตุอื่นใดทั้งหมดรวมกันเสียอีก

ความสุขไม่ได้มาจากการใช้ชีวิตอย่างสบายๆไปวันๆ พร้อมๆกับนึกสงสัยตลอดเวลาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตบ้าง

แต่ความสุขเกิดจากการเติบโตตามอัตราการเติบโตที่ควรจะเป็นและการใช้ชีวิตด้วยศักยภาพสูงสุดของตัวเรา

สมอง ของคุณคือนักเขียนบทละครน้ำเน่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มันสร้างเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมากมาย โดยวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องโศกเศร้าและหายนะ เรื่องของสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นและอาจไม่มีวันเกิดขึ้นเลย

ความคิดของคุณมิได้ควบคุมคุณ คุณต่างหากที่ควบคุมความคิด

แล้ว "การคิดเสริมพลัง" กับ "การคิดเชิงบวก" แตกต่างกันอย่างไร?

ความ ต่างนั้นมีน้อยนิด ทว่าลึกซึ้ง สำหรับผมแล้ว คนเราใช้การคิดเชิงบวกเพื่อแสร้งทำเป็นเหมือนว่าทุกอย่างโรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งที่พวกเขาเชื่อว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

แต่สำหรับการคิด เสริมพลัง เราเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นกลาง ไม่มีสิ่งใดมีความหมายนอกจากความหมายที่เรามอบให้มันเอง และเราสามารถสร้างเรื่องขึ้นมาเองและให้ความหมายกับมัน

จำไว้ว่า คุณมีอำนาจในการควบคุมความคิดของตัวเอง

- ฝากไว้ -

มา ถึงสองบทสุดท้ายแล้วนะ สำหรับบทที่ 16 และบทที่ 17 นี้เป็นบททำแนะนำให้ทุกคนได้ลองอ่านดู เนื้อหามีประโยชน์สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มาก ใครมีความเห็นยังไงฝากไว้ใน blog ได้เลย ส่วนบทที่ 17 จะกลับมาอัพให้