วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สุขใจสุขกาย
ชีวิตไม่สามารถขีดเส้นใต้แล้วเดินตามได้ แต่ชีวิตต้องก้าวเดินไปข้างหน้า ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่สิ้นสุด ทำให้คนเราต้องเผชิญกับความสุข และความทุกข์คละเคล้ากันไป สู้บ้างท้อบ้าง ความพยายามจะเกิดขึ้นเมื่อเราท้อ เราท้อเมื่อเราผิดหวัง และเมื่อเราไม่ตั้งความหวัง เราก็จะไม่ผิดหวังเช่นกัน นี้แหละคือรสชาติของชีวิตที่ทุกคนหนีไม่พ้น ไม่ว่าเราจะเดินทางไกลสักเพียงใด จะผ่านหลายร้อยหุบเขาหรือข้ามหลายพันสะพานสุดท้ายแล้วถนนก็มีแค่สองโค้งคือโค้งขวาและโค้งซ้าย
แต่ละคนก็มีเหตุผลในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือทุกคนต้องการมีความสุขในชีวิต ซึ่งความสุขในที่นี้ยากนักที่จะนิยามให้ความหมายอย่างชัดเจน แต่สามารถกำหนดกรอบแห่งการดำเนินชีวิตให้มีความสุขได้ดังนี้
1. ค้นหาและทำความรู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง คนเราต้องรู้ว่าเราชอบอะไร ต้องการอะไรกันแน่ ต้องรู้ความรู้สึกอย่างแท้จริงไม่ใช่หลอกตัวเอง หรือเป็นการสร้างภาพโดยปราศจากความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง และ เราต้องนิยามความหมายของความสุขในความต้องการของเราว่าความสุขคืออะไร โดยต้องนิยามบนพื้นฐานความเป็นตัวตนของเราเอง ถือเป็นการกำหนด เป้าหมายแห่งความสุข
2. จัดการกับความกลัว หรือจัดการกับทัศนคติทางลบ กลัวชีวิตไม่มีความสุข เป็นการเปลี่ยนความคิดเปิดมุมมองในทางบวก สร้างทัศนคติที่ดีต่อ การดำเนินชีวิต เราต้องเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ แสดง ความเป็นตัวตนของตัวเอง และมีความเหมาะสมกับตนเอง มีความจริงใจกับทุกๆ คน และไม่ต้องกลัวความผิดหวัง หรืออุปสรรค นั่นคือ คนที่คิดบวกคือ คนที่กำลังเผชิญกับความสุข
3. สร้างแรงกระตุ้น เพิ่มความกระชุ่มกระชวยในการดำเนินชีวิต บางครั้งชีวิตก็ต้องมีความตื่นเต้นบ้าง นำอุปสรรคหรือปัญหามาเป็นตัวสร้างแรงกระตุ้น เพราะปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้หนี ทุกปัญหามีทางแก้ หากใช้สติไตร่ตรอง อย่างรอบคอบ สรุปได้ว่า การมีสติในการดำเนินชีวิตจะทำให้ชีวิตมีความสุข
4. เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็มีสุข ชีวิตคนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคนเราต้องยอมรับความจริงและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ในชีวิตไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบ พึงระลึกว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนสรรพสิ่งบนโลก ใบนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงด้วยเสมอ เมื่อวานเป็นอดีต พรุ่งนี้คืออนาคต วันนี้คือปัจจุบัน อดีตแก้ไขไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำวันนี้ให้ดี ให้มีความสุข แล้วเราก็จะมีความสุขในทุกๆ วัน
5. เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก แบ่งปันความรัก มอบความรู้สึกที่ดีๆ ให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรู หากเรายิ้มให้กับกระจก กระจกมันจะยิ้มตอบเราเสมอ เมื่อเราสามารถทำให้คนอื่นมีความสุข เราก็จะ มีความสุขไปด้วย ความรักที่เรามอบให้บุคคลอื่นเป็นการแสดงออกที่สะท้อน ถึงความสุข ซึ่งต้องเป็นความรักที่เกิดด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ไม่มีอะไรซ่อนเร้น
6. สนุกและพอใจกับปัจจุบัน รู้จักกับคำว่า พอเพียง อยู่อย่างเพียงพอ ที่ไม่น้อยเกินไปหรือไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีเหตุมีผล เข้าใจในเหตุผลของกันและกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลของแต่ละคน ความขัดแย้งหรือ ตัวทำลายความสุขก็จะเกิดขึ้นหากแต่ละคนไม่เข้าใจในเหตุผลของแต่ละคน นั่นหมายความว่า ชีวิตที่มีสุขเราต้องอยู่อย่างพอเพียง มีเหตุมีผล และต้องเข้าใจในเหตุและผลของบุคคลอื่นด้วย
7. สร้างบันทึกแห่งความสุข ลองสะสมแต้มแห่งความสุข ลองวิเคราะห์ถึงที่มาของความสุข ว่าความสุขที่เราต้องการสุดท้ายแล้วมันคืออะไร แล้วเรา มีความสุขมากน้อยแค่ไหน บทสรุปของบันทึกแห่งความสุขก็คือ ความสุขเกิดจากตัวเราเอง เราคือผู้กำหนด และหากเรามีความสุขใจ ความสุขกายก็จะตามมา
หากกรอบแนวคิดที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้ชีวิตเกิดความสุขได้เลย ก็จงยิ้มเข้าไว้ เพราะ
“รอยยิ้ม มันเกิดจากความรู้สึก รอยยิ้ม คือความบริสุทธิ์ของจิตใจ รอยยิ้ม ปลดทุกข์ นำสุข รอยยิ้ม คือมิตรภาพ ความผูกพัน รอยยิ้ม เปิดรับความสดใส รอยยิ้ม คือพลังใจ อันกล้าแกร่ง” แล้วความสุขก็จะเกิดพร้อมรอยยิ้ม ขอให้ทุกคนสุขใจสุขกาย
(
แต่ละคนก็มีเหตุผลในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือทุกคนต้องการมีความสุขในชีวิต ซึ่งความสุขในที่นี้ยากนักที่จะนิยามให้ความหมายอย่างชัดเจน แต่สามารถกำหนดกรอบแห่งการดำเนินชีวิตให้มีความสุขได้ดังนี้
1. ค้นหาและทำความรู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง คนเราต้องรู้ว่าเราชอบอะไร ต้องการอะไรกันแน่ ต้องรู้ความรู้สึกอย่างแท้จริงไม่ใช่หลอกตัวเอง หรือเป็นการสร้างภาพโดยปราศจากความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง และ เราต้องนิยามความหมายของความสุขในความต้องการของเราว่าความสุขคืออะไร โดยต้องนิยามบนพื้นฐานความเป็นตัวตนของเราเอง ถือเป็นการกำหนด เป้าหมายแห่งความสุข
2. จัดการกับความกลัว หรือจัดการกับทัศนคติทางลบ กลัวชีวิตไม่มีความสุข เป็นการเปลี่ยนความคิดเปิดมุมมองในทางบวก สร้างทัศนคติที่ดีต่อ การดำเนินชีวิต เราต้องเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ แสดง ความเป็นตัวตนของตัวเอง และมีความเหมาะสมกับตนเอง มีความจริงใจกับทุกๆ คน และไม่ต้องกลัวความผิดหวัง หรืออุปสรรค นั่นคือ คนที่คิดบวกคือ คนที่กำลังเผชิญกับความสุข
3. สร้างแรงกระตุ้น เพิ่มความกระชุ่มกระชวยในการดำเนินชีวิต บางครั้งชีวิตก็ต้องมีความตื่นเต้นบ้าง นำอุปสรรคหรือปัญหามาเป็นตัวสร้างแรงกระตุ้น เพราะปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้หนี ทุกปัญหามีทางแก้ หากใช้สติไตร่ตรอง อย่างรอบคอบ สรุปได้ว่า การมีสติในการดำเนินชีวิตจะทำให้ชีวิตมีความสุข
4. เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็มีสุข ชีวิตคนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคนเราต้องยอมรับความจริงและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ในชีวิตไม่ว่าด้านบวกหรือด้านลบ พึงระลึกว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนสรรพสิ่งบนโลก ใบนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงด้วยเสมอ เมื่อวานเป็นอดีต พรุ่งนี้คืออนาคต วันนี้คือปัจจุบัน อดีตแก้ไขไม่ได้ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทำวันนี้ให้ดี ให้มีความสุข แล้วเราก็จะมีความสุขในทุกๆ วัน
5. เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก แบ่งปันความรัก มอบความรู้สึกที่ดีๆ ให้กับคนรอบข้าง ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรู หากเรายิ้มให้กับกระจก กระจกมันจะยิ้มตอบเราเสมอ เมื่อเราสามารถทำให้คนอื่นมีความสุข เราก็จะ มีความสุขไปด้วย ความรักที่เรามอบให้บุคคลอื่นเป็นการแสดงออกที่สะท้อน ถึงความสุข ซึ่งต้องเป็นความรักที่เกิดด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ไม่มีอะไรซ่อนเร้น
6. สนุกและพอใจกับปัจจุบัน รู้จักกับคำว่า พอเพียง อยู่อย่างเพียงพอ ที่ไม่น้อยเกินไปหรือไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีเหตุมีผล เข้าใจในเหตุผลของกันและกัน ต่างคนต่างมีเหตุผลของแต่ละคน ความขัดแย้งหรือ ตัวทำลายความสุขก็จะเกิดขึ้นหากแต่ละคนไม่เข้าใจในเหตุผลของแต่ละคน นั่นหมายความว่า ชีวิตที่มีสุขเราต้องอยู่อย่างพอเพียง มีเหตุมีผล และต้องเข้าใจในเหตุและผลของบุคคลอื่นด้วย
7. สร้างบันทึกแห่งความสุข ลองสะสมแต้มแห่งความสุข ลองวิเคราะห์ถึงที่มาของความสุข ว่าความสุขที่เราต้องการสุดท้ายแล้วมันคืออะไร แล้วเรา มีความสุขมากน้อยแค่ไหน บทสรุปของบันทึกแห่งความสุขก็คือ ความสุขเกิดจากตัวเราเอง เราคือผู้กำหนด และหากเรามีความสุขใจ ความสุขกายก็จะตามมา
หากกรอบแนวคิดที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้ชีวิตเกิดความสุขได้เลย ก็จงยิ้มเข้าไว้ เพราะ
“รอยยิ้ม มันเกิดจากความรู้สึก รอยยิ้ม คือความบริสุทธิ์ของจิตใจ รอยยิ้ม ปลดทุกข์ นำสุข รอยยิ้ม คือมิตรภาพ ความผูกพัน รอยยิ้ม เปิดรับความสดใส รอยยิ้ม คือพลังใจ อันกล้าแกร่ง” แล้วความสุขก็จะเกิดพร้อมรอยยิ้ม ขอให้ทุกคนสุขใจสุขกาย
(
ภาพลวงตา
สภาพแวดล้อมทางการตลาดปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง การดำเนินธุรกิจต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคนาๆ ประการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความอยู่รอดและความเจริญเติบโตของธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นเหตุให้ธุรกิจต้องหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญด้านการวิเคราะห์ ทำความเข้าใจถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง แบบเจาะลึก และเน้นการสร้างความแตกต่างที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด และก็เป็นเรื่องยากที่ธุรกิจ จะรู้ลึกถึงจิตใจและความปรารถนาของลูกค้าได้อย่างถ่องแท้ทั้งหมด
เมื่อธุรกิจต้องการความอยู่รอดและความเจริญเติบโต ธุรกิจก็จำเป็นจะต้องมีรายได้และกำไรมาใช้ในการดำเนินกิจการ และรายได้ก็มาจากการขายสินค้าและบริการกับลูกค้าเป้าหมาย ดังนั้นธุรกิจก็จะต้องศึกษาถึงความต้องการ หรือปัญหา และพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นสิ่งที่ธุรกิจจะต้องทำความเข้าใจ และต้องเจาะลึกอย่างถ่องแท้ ถูกต้อง ชัดเจน สามารถนำมาสร้างเครื่องมือ ในการนำเสนอให้โดนใจและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าเป้าหมาย ตลอดจน สามารถช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจเกิดรายได้ สร้างกำไร และอยู่รอดได้อย่างยาวนาน
การศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายเป็นการศึกษา ถึงวิธีการของแต่ละบุคคลที่ทำการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรต่างๆ เกี่ยวกับ การบริโภคสินค้าและบริการ ธุรกิจต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบ การตอบรับต่อสิ่งเร้าต่างๆ ของลูกค้า คุณลักษณะและภาวะจิตใจ กระบวนการ ตัดสินใจซื้อ และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการซื้อ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวต้องอาศัย ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
บางครั้งพฤติกรรมการแสดงออกของลูกค้าเป้าหมายก็เป็นเสมือนภาพ ลวงตาที่ธุรกิจจะต้องค้นหาตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าออกมาให้ได้ เพื่อสามารถ ใช้เป็นข้อมูลในการนำเสนอขายและสื่อสารข้อมูลต่างๆ ให้เข้าถึงใจลูกค้าเป้าหมายอย่างโดนใจจนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ นักการตลาด หรือนักขายต้องพึงระลึกว่า บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ความจริง และสิ่งที่คิดว่าใช่ อาจจะไม่จริงก็ได้ ดังนั้น อย่าตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึก
นักการตลาดหรือนักขาย จะอาศัยข้อมูลแบบฉาบฉวย หรือใช้ความรู้สึก ส่วนตนมาตัดสินความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายไม่ได้ หรือบางคนชอบคิดเอาเอง คิดแทนลูกค้า ตัดสินใจแทนลูกค้า ถ้าคิดถูกก็ดีไป หากคิดผิดลูกค้าก็อาจไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี ลูกค้ารับรู้ข้อมูลมากขึ้น เร็วขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ ที่ลูกค้ารู้สึก ว่าดีกว่าก็พร้อมที่จะไปตลอดเวลา ดังนั้น อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าท้อถ้าไม่ได้ ลงมือทำอย่างเต็มที่
การดำเนินธุรกิจจะต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลการตลาดที่เพียงพอ เหมาะสม และทันสมัย ไม่ตั้งสมมติฐานเริ่มต้นว่าข้อมูลไม่พอหรือหาไม่ได้ หรือ คิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับตลาดหรือลูกค้าไม่จำเป็น คนเราถ้าจะทำให้คนอื่นเชื่อ ก็ ต้องเริ่มจากตัวเองว่าเชื่อในสิ่งๆ นั้นมากแค่ไหน และในขณะเดียวกันเราจะเชื่อ ในสิ่งนั้นๆ แล้วเรามีข้อมูลที่ตระหนักถึงมากน้อยและน่าเชื่อถือเพียงใด
การศึกษาข้อมูลตัวตนของลูกค้าเป้าหมายเป็นการศึกษาจากบุคลิก ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่เป็นตัวบ่งบอกและสนับสนุนการแสดง ออกถึงพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นจะประกอบด้วย อายุ ครอบครัว อาชีพ รายได้ สถานะทางเศรษฐกิจ รูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) บุคลิกภาพ วัฒนธรรม ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ธุรกิจหาได้ไม่ ยาก และเป็นข้อมูลใกล้ตัวที่บางครั้งธุรกิจก็ละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญ จริงๆ แล้ว ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อค้นหาพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเป้าหมายได้
เมื่อธุรกิจต้องการความอยู่รอดและความเจริญเติบโต ธุรกิจก็จำเป็นจะต้องมีรายได้และกำไรมาใช้ในการดำเนินกิจการ และรายได้ก็มาจากการขายสินค้าและบริการกับลูกค้าเป้าหมาย ดังนั้นธุรกิจก็จะต้องศึกษาถึงความต้องการ หรือปัญหา และพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นสิ่งที่ธุรกิจจะต้องทำความเข้าใจ และต้องเจาะลึกอย่างถ่องแท้ ถูกต้อง ชัดเจน สามารถนำมาสร้างเครื่องมือ ในการนำเสนอให้โดนใจและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าเป้าหมาย ตลอดจน สามารถช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจเกิดรายได้ สร้างกำไร และอยู่รอดได้อย่างยาวนาน
การศึกษาความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายเป็นการศึกษา ถึงวิธีการของแต่ละบุคคลที่ทำการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรต่างๆ เกี่ยวกับ การบริโภคสินค้าและบริการ ธุรกิจต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบ การตอบรับต่อสิ่งเร้าต่างๆ ของลูกค้า คุณลักษณะและภาวะจิตใจ กระบวนการ ตัดสินใจซื้อ และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการซื้อ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวต้องอาศัย ทั้งความรู้ ประสบการณ์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์
บางครั้งพฤติกรรมการแสดงออกของลูกค้าเป้าหมายก็เป็นเสมือนภาพ ลวงตาที่ธุรกิจจะต้องค้นหาตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าออกมาให้ได้ เพื่อสามารถ ใช้เป็นข้อมูลในการนำเสนอขายและสื่อสารข้อมูลต่างๆ ให้เข้าถึงใจลูกค้าเป้าหมายอย่างโดนใจจนนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ นักการตลาด หรือนักขายต้องพึงระลึกว่า บางครั้งสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่ความจริง และสิ่งที่คิดว่าใช่ อาจจะไม่จริงก็ได้ ดังนั้น อย่าตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึก
นักการตลาดหรือนักขาย จะอาศัยข้อมูลแบบฉาบฉวย หรือใช้ความรู้สึก ส่วนตนมาตัดสินความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าเป้าหมายไม่ได้ หรือบางคนชอบคิดเอาเอง คิดแทนลูกค้า ตัดสินใจแทนลูกค้า ถ้าคิดถูกก็ดีไป หากคิดผิดลูกค้าก็อาจไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี ลูกค้ารับรู้ข้อมูลมากขึ้น เร็วขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น เมื่อมีสิ่งใหม่ๆ ที่ลูกค้ารู้สึก ว่าดีกว่าก็พร้อมที่จะไปตลอดเวลา ดังนั้น อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น อย่าท้อถ้าไม่ได้ ลงมือทำอย่างเต็มที่
การดำเนินธุรกิจจะต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลการตลาดที่เพียงพอ เหมาะสม และทันสมัย ไม่ตั้งสมมติฐานเริ่มต้นว่าข้อมูลไม่พอหรือหาไม่ได้ หรือ คิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับตลาดหรือลูกค้าไม่จำเป็น คนเราถ้าจะทำให้คนอื่นเชื่อ ก็ ต้องเริ่มจากตัวเองว่าเชื่อในสิ่งๆ นั้นมากแค่ไหน และในขณะเดียวกันเราจะเชื่อ ในสิ่งนั้นๆ แล้วเรามีข้อมูลที่ตระหนักถึงมากน้อยและน่าเชื่อถือเพียงใด
การศึกษาข้อมูลตัวตนของลูกค้าเป้าหมายเป็นการศึกษาจากบุคลิก ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่เป็นตัวบ่งบอกและสนับสนุนการแสดง ออกถึงพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นจะประกอบด้วย อายุ ครอบครัว อาชีพ รายได้ สถานะทางเศรษฐกิจ รูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) บุคลิกภาพ วัฒนธรรม ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ธุรกิจหาได้ไม่ ยาก และเป็นข้อมูลใกล้ตัวที่บางครั้งธุรกิจก็ละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญ จริงๆ แล้ว ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อค้นหาพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเป้าหมายได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)