วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้

คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อเอาชนะ
คนจนเล่นเกมการเงินเพื่อไม่ให้แพ้
ถ้า คุณเล่นกีฬาหรือเกมอะไรก็ตามโดยเอาแต่ตั้งรับ คุณจะมีโอกาสชนะในเกมนั้นมากแค่ไหน? คนส่วนใหญ่คงเห็นพ้องต้องกันว่าโอกาสคงมีอยู่เพียงน้อยนิดหรือไม่ก็เป็นไป ไม่ได้เลย

เป้าหมายที่แท้จริงของคนรวยคือ การมีฐานะอันมั่งคั่งและมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ พวกเขาไม่ได้อยากมีเงินแค่พอใช้ แต่อยากมีเงินจำนวนมหาศาล

แล้วเป้าหมายของคนจนล่ะ?
พวกเขาอยาก "มีเงินพอสำหรับจ่ายใบแจ้งหนี้ต่างๆ ...และถ้าจ่ายได้ตรงเวลาด้วยยิ่งเป็นเรื่องปาฏิหารย์!"

เมื่อคุณตั้งใจให้มีเงินแค่พอจ่ายใบแจ้งหนี้ คุณก็จะมีเงินเท่านั้นจริงๆ...แค่พอสำหรับจ่ายเงินจำนวนนั้น ไม่ขาดและไม่เกินมาสักเซ็นต์

พวก ชนชั้นกลางดีกว่านิดหน่อย...อย่างน้อยก็หนึ่งขั้น แต่เป็นเพียงระดับขั้นเล็กๆ พวกเขาดันเลือกคำๆหนึ่งมาเป็นเป้าหมายหลักในการดำเนินชีวิต คำๆนั้นคือคำว่า "อยู่อย่างสบาย"

ขอบอกว่าการอยู่อย่างสบายกับการเป็นคนรวยนั้นแตก ต่างกันราวฟ้ากับดิน อันที่จริงคนมีฐานะปานกลางมักเลือกอาหารโดยพิจารณาจากฝั่งขวาของเมนู...หรือ ที่เรียกว่าการสั่งโดยดูราคาเป็นหลักนั่นเอง เมื่อคุณมีฐานะปานกลาง คุณจะไม่กล้าทอดสายตามองส่วนล่างสุดของเมนู เพราะถ้าทำอย่างนั้น คุณอาจเห็นสุดยอดคำต้องห้ามในพจนานุกรมของชนชั้นกลาง นั่นคือคำว่า "ราคาตามน้ำหนัก!"

หนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดของการเป็นคนรวยคือผม ไม่จำเป็นต้องดูราคาอาหารในเมนูก่อนจะสั่ง ผมกินสิ่งที่ผมอยากกินได้โดยไม่ต้องสนว่าราคาเท่าไหร่ ผมยืนยันได้เลยว่า ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ตอนที่ผมถังแตกหรือมีฐานะปานกลาง

เรา จะได้ในสิ่งที่เป็นความมุ่งหมายที่แท้จริงของเรา ถ้าคุณอยากรวย เป้าหมายของคุณต้องเป็นความร่ำรวย ไม่ใช่แค่มีเงินพอจ่ายใบแจ้งหนี้และไม่ใช่แค่พออยู่ได้สบาย ความรวยก็คือความรวย!












































































1 คนรวยเชื่อว่า "ฉันกุมชะตาชีวิตของตัวเอง"
คนจนเชื่อว่า "ฉันถูกลิขิตให้เป็นอย่างนี้"


แน่นอนว่าใครๆก็อยากถูกล็อตเตอรี่ แม้แต่คนรวยก็ซื้อบ้างเป็นบางครั้งเพื่อความสนุก แต่ข้อแตกต่างอย่างแรกคือ คนรวยไม่ได้ซื้อล็อตเตอรี่ด้วยเงินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด และข้อสองคือ การถูกล็อตเตอรี่ไม่ใช่ "กลยุทธ์" หลักที่ทำให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นมา

คุณต้องเชื่อว่าคุณคือผู้สร้างหนทางสู่ความสำเร็จด้วยตนเอง คือผู้ที่ทำให้ตัวเองมีฐานะปานกลาง และคือผู้ที่ทำให้ตัวเองต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนหาเงินและความสำเร็จ แต่ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คนๆนั้นก็คือคุณ

คนยากจนมักจะเลือกที่จะสวมบทบาทผู้ถูกกระทำ แทนที่จะยืดอกรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต

ความคิดอันดับต้นๆในหัวของผู้ถูกกระทำจะเป็นในทำนองที่ว่า "ฉันนี่น่าสมเพชจัง" ดังนั้นด้วยพลังแห่งความตั้งใจ เขาคนนั้นก็จะกลายเป็นคนที่ "น่าสมเพช" ขึ้นมาจริงๆ

แล้วคุณจะบอกได้อย่างไรเวลาคนเราสวมบทบาทผู้ถูกกระทำ? พวกเขาจะมีพิรุธที่เห็นได้ชัดอยู่ 3 ข้อ

พิรุธที่ 1 : นักกล่าวโทษ

เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ร่ำรวย ผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกล่าวโทษ ซึ่งหมายถึงขีดความสามารถของคุณในการโยนความผิดใส่คนอื่นๆ หรือสถานการณ์ต่างๆโดยไม่ต้องหันมาดูตัวเอง

ผู้ถูกกระทำโทษระบบเศรษฐกิจ โทษรัฐบาล โทษตลาดหุ้น โทษผู้จัดการ โทษบริษัทแม่ โทษหัวหน้า โทษลูกน้อง โทษแผนกจัดส่ง โทษคู่สมรส โทษพระเจ้า และแน่นอน พวกเขากล่าวโทษพ่อแม่ตัวเองเสมอๆ

สำหรับคนกลุ่มนี้ ทุกอย่างเป็นความผิดของคนอื่นหรือสิ่งอื่นเสมอๆ สิ่งที่เป็นปัญหาคือสิ่งใดๆ หรือใครก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเขาเอง

พิรุธที่ 2 : นักแก้ตัว

ถ้าผู้ถูกกระทำไม่หาทางโทษคนอื่น คุณก็จะได้ยินพวกเขาพูดแก้ตัวในทำนองที่ว่า "เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรนักหรอก"

ประเด็นก็คือ ถ้าคุณบอกสามีหรือภรรยา หรือแฟน หรือคนรัก หรือเพื่อนของคุณว่าพวกเค้าไม่ใช่คนสำคัญอะไรนัก คุณว่าพวกเขาจะอยากอยู่กับคุณต่อไปหรือเปล่า?ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ เงินก็เหมือนกันนะครับ!

ขอฟันธงเลยว่า ใครก็ตามที่บอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญย่อมไม่มีเงิน!

พวกเขาอาจจะเถียงข้างๆคูๆว่า "ยังไงซะ เงินก็ไม่สำคัญเท่าความรัก" เอาล่ะ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้นะครับ หรือคุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่ากันล่ะ ท่อนแขนหรือท่อนขา? บางที่มันอาจสำคัญทั้งสองอย่าง

แม้ว่าความรักจะช่วยให้โลกหมุนไป แต่มันก็ไม่สามารถช่วยให้คุณสามารถจ่ายค่าสร้างโรงพยาบาล โบสถ์ หรือบ้านได้เลย และมันก็ไม่ทำให้ใครอิ่มท้องด้วย

พิรุธที่ 3 : นักบ่น

ผมเชื่ออย่างหมดใจในกฎครอบจักรวาลที่กล่าวว่า "สิ่งที่คุณให้ความสนใจจะยิ่งเพิ่มขยายผล"

เวลาคุณบ่น เห็นได้ชัดว่าคุณเพิ่มความสนใจไปยังเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในชีวิต และเนื่องจากคุณจะได้ในสิ่งที่คุณให้ความสนใจ คุณก็จะได้รับเรื่องร้ายๆในชีวิตมากขึ้นไปอีก

จะว่าไป ผมขอบอกว่าคุณไม่ควรเข้าไปคลุกคลีกับพวกชอบบ่น เพราะพลังงานในด้านลบเป็นโรคติดต่อ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากชอบขลุกอยู่กับพวกชอบบ่น เพราะอะไร? เหตุผลง่ายๆคือ พวกเขากำลังรอให้ถึงตาตัวเองบ่นบ้างน่ะสิ!

ตั้งแต่นี้ไป ถ้าคุณพบว่าตัวเองกำลังกล่าวโทษ หาข้อแก้ตัว หรือพร่ำบ่น จงรีบละและเลิกในทันที เตือนตัวเองเอาไว้ว่าคุณกำลังลิขิตชีวิตตัวเอง คุณสามารถดึงดูดความสำเร็จไม่ก็ความผิดพลาดเข้ามาในชีวิตได้ตลอดเวลา จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่คุณต้องเลือกสรรการใช้ความคิดและถ้อยคำอย่างชาญฉลาด

โลกนี้ไม่มีผู้ถูกกระทำที่ร่ำรวยได้หรอกครับ