แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ neolifen แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ neolifen แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

PPC - Pay Per Click


Pay Per Click คืออะไร

PPC คำนี้ย่อมาจากคำว่า Pay Per Click ซึ่งเป็นเป็นอีกส่วนหนึ่งของ Search Engine Marketing จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละ Search Engine เช่น PPC ของ Google จะเรียกว่า Google AdWords หรือ Y!SM ที่ย่อมาจาก Yahoo! Search Marketing ที่เป็นระบบ PCC ของ Yahoo.com และเรายังสามารถรวมไปถึงการทำโฆษณาบน Facebook หรือเรียกว่า Facebook Ads. อีกด้วย

PPC หรือ Pay Per Click คือ การซื้อโฆษณากับ Google ซึ่งเป็น search engine ยักษ์ใหญ่ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก(หรืออาจจะเป็น search engineที่อื่นก็ได้) ซึ่งเราสามารถทำการโฆษณากับ Google โดยการประมูลและให้ราคาใน Keyword หรือคำค้นหา ที่เราอยากทำการโฆษณาเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ดีที่สุดในพื้นที่หรือตำแหน่งของ ลิงค์ผู้สนับสนุนด้านข้างของหน้าค้นหาในหน้าแรกของ Google และ search engine เจ้าอื่นๆ






PPC มีประโยชน์อย่างไร
1. เพื่อการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและบริการของคุณได้มากขึ้น การทำ PPC ที่ถูกต้องจะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้มากขึ้น เพื่อจะส่งผลให้เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นนั่นเอง

2. ส่งผลในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรงกว่าการทำการตลาดประเภทอื่นๆ เพราะการทำ PPC นั้น เป็นการโฆษณาที่ตรงตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างแท้จริง เพราะผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ทำการค้นหาข้อมูลด้วย Search Engine ผู้บริโภคที่กำลังต้องการหรือมีความสนใจเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นๆ อยู่ เมื่อใดที่โฆษณาของท่านที่ได้ทำระบบ PPC กับ Search Engine ไว้ปรากฏขึ้นมาในหน้าของการค้นหาหน้าแรก และอยู่ในขณะที่ผู้บริโภคทำการค้นหาข้อมูล ย่อมเพิ่มโอกาสในการซื้อหรือใช้บริการมากยิ่งขึ้นจากบริการของท่าน

3. การทำ PPC ยังรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ เมื่อเริ่มดำเนินการโฆษณาสามารถทำงานได้ภายใน 30 นาที โดยที่ไม่ต้องใช้เวลานานเหมือนกับการลงโฆษณาประเภทอื่นๆ

4. กำหนดงบประมาณในการโฆษณาได้อย่างแน่นอนและยังสามารถควบคุมเงินค่าโฆษณาได้ 100% โดยการตั้งเป็น Daily Budget ไว้เราว่าจะจ่ายค่าโฆษณาต่อวันให้กับ Google เป็นจำนวนเงินสูงที่สุดเท่าไร เช่น มีงบโฆษณา 9,000 บาท/เดือนเท่ากับ 300 บาท/วัน ก็ตั้งค่า Daily Budget ที่ 300 บาท/วัน ผลคือผู้โฆษณาสามารถจัดสรรเงินค่าโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักความเป็นจริงที่สุด

5. การทำ PPC ยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงข้อความโฆษณา หรือ Keywords ได้ตลอดเวลาอีกด้วย
6. การทำ PPC สามารถกำหนดพื้นที่ ภาษา และระยะเวลา ที่ต้องการให้โฆษณาของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. เราจะจ่ายค่าโฆษณาในการ PPC ก็ต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณาของเราแล้วเท่านั้นผู้ทำการโฆษณาจะเสียค่าโฆษณาให้ กับ Google ต่อเมื่อมีผู้เห็นโฆษณาแล้วทำการคลิกผ่านโฆษณาเข้าไปยังเว็บไซต์ของผู้ทำการ โฆษณา หากไม่มีการคลิกผ่านโฆษณาของท่านก็จะไม่มีการเสียเงินหรือค่าโฆษณาให้กับทาง Google แต่อย่างใด ถึงแม้ผู้ทำการค้นหานั้นจะเห็นโฆษณาก็ตาม

8. การทำ PPC ยังสามารถวัดผลโฆษณาได้ง่ายและรวดเร็ว และยังสามารถวัดและติดตามผลได้ทันที โดยเข้าไปดูสถิติต่างๆ ของโฆษณาได้ตลอดเวลาว่าภายในช่วงเวลาที่กำหนด มีคนเห็นโฆษณามากน้อยเพียงใด มีคนคลิกโฆษณาเท่าใด อันดับโฆษณาอยู่ตำแหน่งที่เท่าไร ค่าโฆษณาเป็นเท่าไร


PPC เหมาะกับธุรกิจใด
1. ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มโอกาสและช่องทางในการขายสินค้าให้มากขึ้น
2. ธุรกิจที่เริ่มต้นกับการทำการตลาดออนไลน์
3. ธุรกิจที่ต้องการใช้งบประมาณทางการตลาดอย่างคุ้มค่าที่สุด
4. ธุรกิจที่ต้องการทดสอบสินค้าใหม่ๆ ทดสอบตลาด และทดสอบความต้องการของผู้บริโภค ก่อนที่จะผลิตและปล่อยสินค้าออกวางตลาดจริง



ทำไมต้องทำ PPC กับ NetdesignRank.com
1. เพราะเรามีการดำเนินงานและจัดการทาง PPC อย่างตรงไปตรงมาสามารถตรวจสอบได้ตามจริงและเราก็พร้อมจะให้คำปรึกษาในทุก ด้านที่เกี่ยวกับการทำ PPC ของทุก Search Engine รวมไปถึง Facebook ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบแคมเปญ
2. ด้วยทีมงานระดับมืออาชีพของ NetdesignRank ซึ่งเติบโตมากับวงการ Online Marketingและ PPC โดยตรงจึงพร้อมตอบในทุกข้อคำถามที่เกี่ยวกับธุรกิจ Online Marketing และการ PPC ของคุณอย่างตรงเป้าหมาย
3. นอกจากนั้นคุณยังจะได้รับส่วนลดในบริการอื่นๆ ของ Netdesign Group อาทิ ส่วนลดค่าเรียนคอร์สคอมพิวเตอร์ด้านต่างๆ, ส่วนลดการเช่าโฮสติ้งของ NetdesignHost, ส่วนลดในการซื้อเว็บสำเร็จรูปของ NetdesignSoft, ส่วนลดในการจ้างทำเว็บระดับแอดวานซ์ของ ND Technology และส่วนลดในการซื้อหนังสือของ NetdesignBooks และในทุกผลิตภัฑณ์แบบครบวงจรในเครือของ Netdesign Group อีกด้วย
4. เพราะNetdesignRank เป็นบริษัทในเครือธุรกิจ Netdesign Group ซึ่งก่อตั้งมาเป็นเวลายาวนานกว่า 11 ปี มีลูกค้ามากกว่า 100,000 ราย จึงเป็นข้อพิสูจน์และยืนยันได้ว่าเราพร้อมเสมอที่จะยืนเคียงข้างคุณกับ ธุรกิจ Online Marketing ในทุกๆด้าน

(*ยกตัวอย่างทั้งหมดผ่าน Google ซึ่งเป็น search engine ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก)

  ผู้ให้บริการ
Google
Google
Google
  ค่า Set Up
1,000 บาท
ฟรี
ฟรี
  ค่าดูแลระบบ
2,500 บาท/เดือน
2,500 บาท/เดือน
2,500 บาท/เดือน
  จำนวน Keyword
5
10
15
  จำนวนแคมเปญโฆษณา
1
1
1
  รวม
8,500 บาท
15,000 บาท
30,000 บาท
 
รายละเอียดเพิ่มเติม
  วิเคราะห์ Key Word ที่เหมาะสม
  เขียนและทดสอบแคมเปญโฆษณา
  รายงานผลการโฆษณาและงบประมาณ
    1.จำนวน Key Word สำหรับค้นหา
สูงสุดถึง 15 Key Words ทำให้เพิ่มโอกาสในการค้นหา
ไม่เกิน 10 Key Wordsเท่านั้น
    2.จำนวนแคมเปญโฆษณา
สูงสุด 2 แคมเปญ
1 แคมเปญ เท่านั้น
    3.การแก้ไขแคมเปญโฆษณา และ Key Word
ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และทำได้ตลอดเวลา
จำกัดจำนวนครั้ง และอาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเมื่อแก้ไข
   4.การให้บริการ และเฝ้าติดตามประเมินผล
ตลอด 9.00 – 18.00 น.
เฉพาะเวลาทำการของบริษัท ประมาณ 9.00 – 17.30 น.
 

การเปิดบัญชี เพื่อการซื้อขายออนไลน์บนอินเตอร์เนต


  เมื่อเราจะทำการซื้อขายสินค้าออนไลน์บนอินเตอร์เนต จำเป็นต้องมีช่องทาง รับหรือ จ่ายเงิน บัญชีที่แนะนำให้เปิดมีดังนี้

การเปิดบัญชีกับPaypal




การทำบัตร Be1st.

  

สมัครk-cyber banking 

K-Web Shopping Card

K-Web Shopping Card จะเป็น Visa เสมือน ท่านจะสามารถใช้บริการ ซื้อสินค้าออนไลด์หรือ เล่น คาสิโนออนไลน์ พนันบอลออนไล์ กับเวปไซด์ชั้นนำได้ เหมือนกันว่าท่านมีบัตร VISA จริงๆ เลยทีเดียว สะดวกใช่มั้ยล่ะครับ งั้นไปดูวิธีการสมัครกันเลยดีกว่า
การสมัคร K-cyber Banking สิ่งแรกที่คุณต้องมีคือ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของ ธ.กสิกรไทย ถ้าไม่มีก็ไปเปิดบัญชีนะครับ ตอนไปเปิด ก็บอกพนักงานทางธนาคารว่า ขอสมัครใช้บริการ K-cyber Bangking มาด้วยเลยนะครับ สำหรับคนที่มีบัญชีของ ธ.กสิกร อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้สมัครบริการ K-cyber Banking ก็ให้นำสมุดบัญชี พร้อม บัตรประชาชน ไปขอสมัครใช้บริการนะครับ หลังจากนั้นก็รอ username จากธนาคาร ธนาคารจะส่งมาให้ทาง Email นะครับ คราวนี้เราก็มาดูขั้นตอนการ ขอหมายเลขบัตร K-Web Shopping Card กันนะครับ หลังจากได้ username และ password มาแล้วก็ มาทำพร้อมๆกันเลยนะครับ
* Update ตอนนี้ท่านสามารถสมัครขอ username และ password สำหรับ K-Web Shopping Card ผ่านทาง ATM ได้แล้วนะครับ ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.kasikornbank.com/

วิธีสมัคร K-Web Shopping Card

1. ไปที่หน้าเว็บ ของธนาคารกสิกรไทย http://www.kasikornbank.com/ แล้ว คลิกที่ K-cyber Banking ตามภาพนะครับ
2. เลือกภาษาไทย แล้ว ใส่ username และ Password ที่ได้จากธนาคาร แล้วกด LOGIN เข้าสู่ระบบ
3. คลิกเลือกหัวข้อ K-Web Shopping Card แล้ว คลิกที่สมัครใช้บริการ
4.เลือกว่าจะให้ผูกกับ บัญชีธนาคารเล่มไหน (จะให้ตัดเงินจากเล่มไหน) กรณีมีบัญชีของธนาคารมากกว่า 1 เล่ม แล้ว กำหนดวงเงินสูงสุดต่อเดือนที่จะใช้ผ่านบัตร K-Web Shopping Card (สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท)
5. ขั้นตอนการขอบัตรก็มีแค่นี้ละครับ รอประมาณ 1 วันหรือ ภายใน 24 ชั่วโมง ธนาคารก็จะออกหมายเลข บัตรให้ครับ

วิธีการดูหมายเลขบัตร K-Web Shopping Card

1. LOGIN เข้าสู่ระบบ K-Cyber Banking
2. คลิกเลือกหัวข้อ K-Web Shopping Card แล้วเลือก ดูรายละเอียดบัตร
3.ตรงนี้คุณก็จะได้เห็น ข้อมูลต่างๆดังนี้
  • หมายเลขบัตร 16 หลักของ K-web Shopping Card ที่นำไปใช้แทนหมายเลขบัตรเครดิต
  • ชื่อย่อบัตร เป็นชื่อที่เราตั้งเองไว้ใช้แยกบัตร กรณีมีบัตรมากกว่าหนึ่งใบ
  • หมายเลข cvv 3หลัก ที่ใช้สำหรับการยืนยันบัตรเวลานำไปใช้
  • หมายเลขบัญชีธนาคาร ที่หมายเลขบัตรใบนี้ผูกด้วย (หมายเลขบัญชีที่บัตรใบนี้ใช้ในการตัดเงิน)
  • วันบัตรหมดอายุ
  • วงเงินบัตร เป็นวงเงินที่เรากำหนดเอาไว้ในตอนแรก
  • ยอดวงเงินที่ใช้ไป เป็นยอดเงินที่เราใช้จ่าย ผ่านหมายเลบัตร K-Web Shopping Card
  • ยอดวงเงินคงเหลือ คือ ยอดคงเหลือที่เราสามารถใช้ผ่าบัตรใบนี้ได้ เช่น กำหนดวงเงินสูงสุดที่จะใช้ผ่านบัตรไว้ 100,000 บาท ใช้ผ่านหมายเลขบัตร 100 บาท ก็จะเหลือวงเงินที่จะสามารถใช้ผ่านหมายเลขบัตรใบนี้ในเดือนนี้ 99,900 บาท เพราะเราใช้ผ่านหมายเลขบัตรไปแล้ว 100 บาทครับ

วิธีทำ Verified by VISA ให้บัตร K-Web Shopping Card

คราวนี้มาถึงขั้นตอนการทำ Verified by VISA นะครับ (จำเป็นต้องทำนะครับ)
1. ให้เข้าไปที่หน้าเว็บของธนาคารกสิกร แล้วให้ทำตามขั้นตอนดังนี้นะครับ
1.1 ให้คุณคลิกที่ "ลูกค้าบุคคล" ด้านบน
1.2 คลิกที่ "บัตรเดบิต" ที่แทบด้านบน
1.3 ให้มองที่แทบด้านขวา แล้วให้คลิกที่ "บริการ Verified by VISA"
1.4 เลื่อนลงมา ให้คลิกที่ สมัครใช้บริการ Verified by Visa แบบ Static Password (PIN)
ตอนนี้คุณจะอยู่หน้าที่ให้ คุณกรอกหมายเลขบัตร K-Web Shopping Card ของคุณ ให้คุณทำตามระบบขั้นตอนที่ธนาคารแจ้งไว้เลยครับ ไม่มีอะไรยากครับ
ตอนนี้บัตรเว็บการ์ดของคุณก็สมบูรณ์แล้วครับ สามารถนำไปใช้สมัคร Paypal, Moneybookers และเว็บไซท์อื่นๆได้เลยครับ
ถ้าถามว่าธนาคารอื่นมี บริการแบบนี้ไหม ผมตอบว่ามีครับ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ ธนาคารกรุงเทพ ส่วนข้อแตกต่างก็คือถ้าเป็น ของธนาคารกรุงเทพ จะออก เป็น ตัวบัตรให้เลยครับ แต่เวลาทำต้องรอสำนักงานใหญ่ออกให้ รอประมาณ 7 วัน ครับ ส่วนของ ธนาคารกสิกรไม่มีตัวบัตรให้ ต้อง LOGIN เข้าระบบเพื่อดูหมายเลขบัตรครับ
แต่ผมแนะนำว่าทำของกสิกรดีกว่าครับ เพราะเวลาบัตรมีปัญหาอย่างเช่น คนอื่นรู้ หมายเลขบัตรแล้วนำไปใช้ เราก็ LOGIN แล้วอายัตบัตร แล้วทำการขอหมายเลขบัตรใหม่ ภายใน 24 ชั่วโมงเราก็จะได้หมายเลขบัตรใบใหม่แล้วครับ ส่วนของธนาคารกรุงเทพเราต้องไปธนาคาร เพื่อแจ้งอายัตบัตร แล้วไม่รู้ว่าต้องรอกี่วันสำหรับบัตร

 

       

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

มีเว็บไซต์แล้วได้ประโยชน์อะไร


มีเว็บไซต์แล้วได้ประโยชน์อะไร


1.ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอด 24 ชั่วโมงและสามารถเข้าได้ทุกวัน

2.และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

3.ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจ คือ ทำให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของท่าน เปรียบเสมือนการโฆษณาอย่างหนึ่ง แต่เป็นการโฆษณาผ่านโลกอินเตอร์เน็ต และการทำเว็บยังทำให้ธุรกิจของท่านมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เมื่อลูกค้าเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือผลประโยชน์ที่มากขึ้น ปัจจุบันนี้การทำเว็บจึงเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะการลงทุนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการโฆษณาทางด้านสื่ออื่นๆ ทำให้ธุรกิจทำเว็บเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะประเทศ หรือเมืองที่อินเตอร์เน็ตเข้าไปถึง

4.ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับองค์กร บริษัท ห้างร้าน โรงเรียนฯลฯ

5.คอยทำหน้าที่ ให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าและบริการแก่ลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ค่ะ