แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพียวเซนเต้ อาหารเสริม สารสกัดจากแปะก้วย นีโอไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพียวเซนเต้ อาหารเสริม สารสกัดจากแปะก้วย นีโอไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

คนใกล้ตายคิดอะไร

สิ่งที่มักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต โดยนักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิตและกลับไปอยู่ ที่บ้านเพื่อรอวันตาย โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้ ป่วยจะเสียชีวิต โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุย และรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจหรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงนั้น เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วน ใหญ่ครับ

ประเด็นแรก อยากจะมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองอยากหรือต้องการจะเป็น เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยอยากจะเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เพราะสาเหตุที่ไม่สามารถทำตามความฝันได้เป็นเพราะตัวเองเลือกที่จะไม่ทำเอง ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกๆท่าน ที่ในช่วงชีวิตหนึ่งถ้ามีโอกาสและเลือกได้ก็ควรจะเดินตามความฝันของตัวท่าน เอง

ประเด็นที่สอง เสียใจว่าในอดีตจะไม่ได้ทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นี้ มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยชายเกือบทุกคนที่ให้เวลากับงานมากเกินไป การแสวงหารายได้ ชื่อเสียง เกียรติยศมากเกินไป สุดท้ายเมื่อเราใกล้ตายเราจะเสียใจว่าเราได้พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตที่ไม่มีวันหวนกลับมา การมีรายได้ที่พอเพียงอาจจะเป็นทางออกสำหรับทุกท่าน

ประเด็นที่สาม อยากกล้าที่จะแสดงอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตน เนื่องจากคนจำนวนมากจะปิดกั้นอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตนเพื่อให้ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบและสันติ ทำให้รู้สึกว่าตนเองเก็บกด และไม่สามารถเป็นตัวตนที่แท้จริง

ประเด็นที่สี่ เสียใจที่ไม่ได้ติดต่อเพื่อนฝูงเก่าๆ ละเลยความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูง คนใกล้จะเสียชีวิตสุดท้ายดูเหมือนว่า เรื่องของความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยนึกถึง

ประเด็นสุด ท้าย เสียใจว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของตนเองมีความสุขเท่าที่ควร เลือกที่จะอยู่และปฏิบัติในสิ่งที่คุ้นเคย กลัวต่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้หลอกตนเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมีความสุข

ดังนั้น ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่และยังแข็งแรง เราจะต้องเลือกอย่างมีสติ เลือกอย่างฉลาด เลือกในสิ่งที่ถูก และเลือกในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขนะครับ

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิ

จ

+

การสร้างความยอมรับให้เกิดกับผู้บริโภคที่เกี่ยวกับสินค้าของธุรกิจขายตรงนั้น จะต้องดำเนินการเริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจในตัวระบบธุรกิจ ให้ผู้บริโภคเข้าใจเกี่ยว กับธุรกิจ หลังจากนั้นจะเป็นการให้ผู้บริโภคได้รู้จักกับสินค้าและบริการของธุรกิจขายตรง โดยจะนำเสนอข้อมูลซึ่งเป็นความจริง ไม่โอ้อวด หรือการนำเสนอสรรพคุณเกินความจริง เพราะนี่คือผู้บริโภคยุคใหม่ที่พร้อมสำหรับการหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของ ตนเองได้เสมอ ดังนั้นในปัจจุบันนี้จึงเห็นว่า ธุรกิจขายตรงเองคงจะต้องปรับตัวเองเพื่อให้ เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พยายามเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อถือและเชื่อมั่นต่อสินค้าและบริการที่จะนำเสนอต่อไปจากนี้ และจะต้องมีความเข้าใจ กลุ่มผู้บริโภคในแต่ละช่วงวัยว่ามีความต้องการแตกต่างกันอย่างไร ทำให้สิ่งสำคัญคือ ความ เข้าใจต่อกลุ่มผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของตนเอง บริษัท นาโน เซิร์ช จำกัด ได้ดำเนินการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค ในแง่ของพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าในหมวดของ ธุรกิจขายตรง และการเลือกซื้อสินค้าโดยทั่วไป เกี่ยวกับความแตกต่างในการเลือกซื้อ ดำเนิน การศึกษาเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 200 ตัวอย่างต่อครั้ง โดย นำข้อมูลมาทำการเปรียบเทียบระหว่างแนวคิดของผู้บริโภคใน ปี 2553 และข้อมูลของ ผู้บริโภคในปี 2554
เริ่มต้นด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อการเลือกซื้อสินค้า (ขนาดของสินค้า) ว่าโดย ส่วนใหญ่แล้วลักษณะของการเลือกซื้อนั้น ผู้บริโภคมีพฤติกรรมอย่างไร ซึ่งพบว่าพฤติกรรม นั้นมีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ในปี 2553 ผู้บริโภคนิยมการเลือกซื้อแบบเลือกซื้อชิ้นใหญ่ๆ ซื้อครั้งเดียวใช้นาน คิดเป็น 44.0% แต่ในปี 2554 พฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ คือ การเลือกซื้อในขนาดที่เหมาะสมไม่เล็กหรือใหญ่จน เกินไป คิดเป็น 62.0% จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนในเรื่องของพฤติกรรมการเลือกซื้อ จะ มีความสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากผู้บริโภคนั้นจะมีพฤติกรรม การเลือกซื้อแบบระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้นอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน
ผู้บริโภคเกิดการตัดสินใจอย่างไรในการเลือกซื้อสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งมีจำหน่าย ทั้งในธุรกิจขายตรงและทั่วไป เช่น สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือเครื่องสำอาง พบว่า ในปี 2553 นั้นผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าในธุรกิจขายตรงใช้เป็นประจำ อยู่แล้วก็ยังคงมีพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าในธุรกิจขายตรงมากกว่าจะไปเลือกซื้อสินค้าดังกล่าวในสินค้าโดยทั่วไป โดยเหตุผลหลักซึ่งทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าในหมวด ธุรกิจขายตรงเป็นครั้งแรกเนื่องจากผู้บริโภคมีความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้ามากกว่า จะต้องไปเดินเลือกซื้อเอง จึงทำให้เกิดพฤติกรรมการเลือกซื้อในธุรกิจขายตรงขึ้น
แต่จะเห็นได้ว่าในปี 2554 นั้น ผู้บริโภคเห็นว่าจะเลือกซื้อสินค้าดังกล่าวที่มีจำหน่าย โดยทั่วไปมากกว่าจะไปเลือกซื้อของธุรกิจขายตรง ซึ่งเหตุผลในการเลือกซื้อในสินค้าทั่วไป นั้นเนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้า และยังคงติดกับยี่ห้อ (Brand) สินค้าของเก่าที่เคยใช้อยู่ (ซึ่งเป็นสินค้าที่จำหน่ายโดยทั่วไป) จึงทำ ให้ผู้บริโภคยังคงใช้สินค้าเดิมอยู่ไม่เปลี่ยนใจมาเลือกซื้อสินค้าของธุรกิจขายตรง
สำหรับพฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้า และการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของธุรกิจขายตรงและสินค้าซึ่งมีจำหน่ายโดยทั่วนั้น พบว่า ผู้บริโภคในภาพรวมนั้นมีพฤติกรรมของการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าแตกต่างกัน (องค์ประกอบ/ปัจจัยในการตัดสินใจเลือกซื้อ) แตกต่างกัน ไม่ว่าผู้บริโภคในปี 2553 และ ในปี 2554 ต่างก็แสดงให้เห็นแล้ว ว่า ผู้บริโภคนั้นสามารถแยกแยะข้อมูล หรือความแตกต่างของสินค้าที่จำหน่ายในระบบ ธุรกิจขายตรงและระบบการจำหน่ายสินค้าโดยทั่วไปได้ และใช้ข้อมูลต่างๆ สำหรับการ ตัดสินใจแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน
ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังแปรปรวนเช่นนี้ ผู้เกี่ยวข้องหลายส่วนจะต้องพร้อม รับมือและเรียนรู้แนวคิดของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยน แปลงไปตามสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในยุคของสังคมออนไลน์ที่ข้อมูลข่าวสารกระจาย อย่างทั่วถึง กระตุ้นการตัดสินใจเลือกซื้อหรือไม่เลือกซื้อได้ง่ายกว่ายุคก่อน