แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ารสกัดจากแปะก้วย นีโอไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ารสกัดจากแปะก้วย นีโอไลฟ์ แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่เรื่องยากหากคุณมีความเชื่อมั่น
ในปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธว่าธุรกิจขายตรงเริ่มเข้ามามีบทบาทและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการประกอบอาชีพของบุคคลที่สนใจ หลายๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับการทำธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพหรือรายได้ เสริม แต่ ณ เวลานี้ ธุรกิจขายตรงที่ถือว่าบูมและมาแรงที่สุดก็คือธุรกิจในรูปแบบเครือข่ายหรือธุรกิจขายตรงระบบหลายชั้นนั่นเอง เพราะเป็นธุรกิจที่นอกจากจะสามารถทำเป็นรายได้เสริมแล้วนั้น ยังสามารถทำเป็นรายได้ประจำอีกด้วย ซึ่งมีนักธุรกิจและนักขายหลายๆ ท่าน ที่เปลี่ยนจากการทำเป็นอาชีพเสริม และหันมาทำเป็นอาชีพหลัก เพื่อโอกาสทางด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
เส้นทางแห่งความสำเร็จสำหรับธุรกิจเครือข่ายนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย ค่ะถ้าหากคุณมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและเชื่อมั่นในรูปแบบธุรกิจที่คุณตัดสินใจทำ ศักยภาพของนักขายที่ดี ควรรักษาและดูแลลูกค้าที่มีอยู่และสร้างลูกค้าใหม่เทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
l หาลูกค้าใหม่อย่างน้อยวันละ 1 คน
l ขายสินค้าให้กับลูกค้าเพิ่มอย่างน้อย 1 ชิ้น ในทุกครั้งของการสั่งซื้อ ด้วยเทคนิคการขายสินค้าในกลุ่มเดียวกัน ขายสินค้าข้ามกลุ่ม หรือขาย สินค้าเป็นชุดเซ็ต
l ทำสมุดประวัติของลูกค้ารวมทั้งประวัติการสั่งซื้อ
l จัดโฮม ปาร์ตี้ เพื่อแนะนำสินค้า ด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องผลิตภัณฑ์และสาธิตสินค้าได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับเป็นโอกาสในการสร้าง สัมพันธภาพกับลูกค้าและลูกทีมอีกด้วย
l และที่ขาดไม่ได้คือการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการขาย เช่น แค็ตตาล็อก รวมทั้งโปรโมชั่นเสนอขายต่างๆ ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้กับคุณได้
นอกจากนี้ คุณต้องมีความเชื่อมั่นในแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ด้วยการเป็น ผู้ทดลองใช้เอง และสามารถบอกต่อถึงประโยชน์และคุณภาพของสินค้าให้ กับลูกค้าและลูกทีมได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถตอบคำถามและการตอบ ข้อโต้แย้งของลูกค้าได้อย่างมั่นใจ และไม่ใช่เพียงแค่ตัวคุณเท่านั้นที่เชื่อมั่น ในผลิตภัณฑ์ คุณต้องสามารถทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ได้ ด้วยเช่นกัน
และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจรูปแบบเครือข่ายหรือแบบหลายชั้นนี้ คือความเชื่อมั่นในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบุคคลอื่นๆ ด้วยการ พัฒนานักขายให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานของคุณ ด้วยการหาผู้มุ่งหวัง ที่มีศักยภาพ ให้ความรู้และแนะแนวทางในการขายและการทำธุรกิจ พร้อม ทั้งคอยติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใดจะต้องมีการทำงาน กันเป็นทีม เช่น วางแผนออกภาคสนามร่วมกันเพื่อให้คำแนะนำวิธีการหาผู้ มุ่งหวังและฝึกอบรม และพร้อมที่จะทำตัวเป็นต้นแบบตามแนวทางของ “เส้นทางสู่ความสำเร็จ”
สุดท้ายคือความเชื่อมั่นในองค์กร และการติดตามพัฒนาการขององค์กร เพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน และไม่มีที่สิ้นสุด กับโอกาสที่มากขึ้น และผลประโยชน์ที่มากกว่า คุณต้องมีความเชื่อมั่นว่าทุกก้าวย่างของการพัฒนาขององค์กร ล้วนเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุด คิดค้นขึ้นมาสำหรับนักขายหรือ นักธุรกิจ เพื่อทำให้ฝันของทุกท่านเป็นจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ในระบบการให้บริการ ระบบการขาย การใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ธุรกิจของ คุณง่ายยิ่งขึ้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตทางธุรกิจที่ ขยายตัว รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ภายใต้การ สนับสนุนและการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบขององค์กร
เส้นทางแห่งความสำเร็จสำหรับธุรกิจเครือข่ายนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย ค่ะถ้าหากคุณมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและเชื่อมั่นในรูปแบบธุรกิจที่คุณตัดสินใจทำ ศักยภาพของนักขายที่ดี ควรรักษาและดูแลลูกค้าที่มีอยู่และสร้างลูกค้าใหม่เทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
l หาลูกค้าใหม่อย่างน้อยวันละ 1 คน
l ขายสินค้าให้กับลูกค้าเพิ่มอย่างน้อย 1 ชิ้น ในทุกครั้งของการสั่งซื้อ ด้วยเทคนิคการขายสินค้าในกลุ่มเดียวกัน ขายสินค้าข้ามกลุ่ม หรือขาย สินค้าเป็นชุดเซ็ต
l ทำสมุดประวัติของลูกค้ารวมทั้งประวัติการสั่งซื้อ
l จัดโฮม ปาร์ตี้ เพื่อแนะนำสินค้า ด้วยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องผลิตภัณฑ์และสาธิตสินค้าได้อย่างถูกต้อง พร้อมกับเป็นโอกาสในการสร้าง สัมพันธภาพกับลูกค้าและลูกทีมอีกด้วย
l และที่ขาดไม่ได้คือการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือการขาย เช่น แค็ตตาล็อก รวมทั้งโปรโมชั่นเสนอขายต่างๆ ที่จะสามารถสร้างยอดขายให้กับคุณได้
นอกจากนี้ คุณต้องมีความเชื่อมั่นในแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ด้วยการเป็น ผู้ทดลองใช้เอง และสามารถบอกต่อถึงประโยชน์และคุณภาพของสินค้าให้ กับลูกค้าและลูกทีมได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถตอบคำถามและการตอบ ข้อโต้แย้งของลูกค้าได้อย่างมั่นใจ และไม่ใช่เพียงแค่ตัวคุณเท่านั้นที่เชื่อมั่น ในผลิตภัณฑ์ คุณต้องสามารถทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ได้ ด้วยเช่นกัน
และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจรูปแบบเครือข่ายหรือแบบหลายชั้นนี้ คือความเชื่อมั่นในการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบุคคลอื่นๆ ด้วยการ พัฒนานักขายให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานของคุณ ด้วยการหาผู้มุ่งหวัง ที่มีศักยภาพ ให้ความรู้และแนะแนวทางในการขายและการทำธุรกิจ พร้อม ทั้งคอยติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง และเหนือสิ่งอื่นใดจะต้องมีการทำงาน กันเป็นทีม เช่น วางแผนออกภาคสนามร่วมกันเพื่อให้คำแนะนำวิธีการหาผู้ มุ่งหวังและฝึกอบรม และพร้อมที่จะทำตัวเป็นต้นแบบตามแนวทางของ “เส้นทางสู่ความสำเร็จ”
สุดท้ายคือความเชื่อมั่นในองค์กร และการติดตามพัฒนาการขององค์กร เพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน และไม่มีที่สิ้นสุด กับโอกาสที่มากขึ้น และผลประโยชน์ที่มากกว่า คุณต้องมีความเชื่อมั่นว่าทุกก้าวย่างของการพัฒนาขององค์กร ล้วนเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุด คิดค้นขึ้นมาสำหรับนักขายหรือ นักธุรกิจ เพื่อทำให้ฝันของทุกท่านเป็นจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา ในระบบการให้บริการ ระบบการขาย การใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ธุรกิจของ คุณง่ายยิ่งขึ้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตทางธุรกิจที่ ขยายตัว รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ภายใต้การ สนับสนุนและการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบขององค์กร
การเจรจาต่อรองที่มีประสิทธิผล ..
..
การเจรจาต่อรองเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะคนที่มีเทคนิค การต่อรองชั้นยอดสามารถสร้างข้อได้เปรียบให้แก่งานของตนเอง ตลอดจนสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้มากมาย อย่างไรก็ตามการ ต่อรองที่เหมาะสมนั้น ต้องทำให้ทุกฝ่ายอยู่บนเงื่อนไขที่ดีที่สุด ลงตัวที่สุด ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) การมุ่งที่การเอาชนะ เอาเปรียบอีกฝ่าย มุ่งแต่ผลประโยชน์ของตัวเองแต่เพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่ทางออกสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้เป็นแน่
การเจรจาให้ได้ผลนั้น ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี กล่าวคือ คุณต้องเตรียม จุดมุ่งหมายของการพูด ศึกษาความเป็นไปได้ว่าเรามีแนวโน้มสักกี่มากน้อย ที่จะประสบความสำเร็จ และที่ขาดไม่ได้คือ หาข้อมูลของลูกค้าที่จะเข้าพบ อาจต้องซ้อมหลายๆ ครั้งว่าจะเข้าไปพูดอย่างไร จะสร้างความน่าสนใจให้ผู้ฟัง ได้อย่างไรด้วยนะครับ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทกว้างๆ คือ
1. ชอบวางอำนาจ พูดจาก้าวร้าว ใจร้อน วางตัวเป็นใหญ่ เมื่อพบคนแบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือทำพยายามพูดให้ตรงประเด็นที่สุด
2. เฉย พูดน้อย ไม่แสดงความรู้สึก ต้องชวนคุยกระตุ้นให้เกิดความสนใจ วิเคราะห์หาความต้องการที่แท้จริงให้เจอ
3. ประเภทขาดความเชื่อมั่น สองจิตสองใจ หรือตัดสินใจช้า ต้องไม่เร่งลูกค้ามาก จนเขาขยาดเรานะครับ พยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ การตัดสินใจของเขา ตลอดจนอ้างอิงบุคคลที่สาม เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงต่างๆ
4. ประเภทละเอียดทุกขั้นตอน เราก็ต้องละเอียดตาม อธิบายเนื้อหาให้ชัดเจน ตัวเลขถูกต้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นคนรอบคอบและไม่คิดเอาเปรียบเขา
เมื่อเราผ่านช่วงต้นของการเตรียมตัวเพื่อการเจรจา ดังข้างต้นไปแล้ว คุณต้องใช้กลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง ดังต่อไปนี้
l พยายามหาความต้องการของทั้งสองฝ่าย ด้วยการรู้จักฟัง และใช้เทคนิคการถามที่ถูกต้อง อาจจะเป็นคำถามแบบปลายเปิด ปลายปิด หรือ มีตัวเลือกบ้างสลับกันไปเพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงประเด็น
l ทำให้ลูกค้ารู้สีกเป็นหนึ่งเดียวกับเรา เสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการ ของเขาให้ได้ อย่าเสนอแต่ในสิ่งที่เรามีเพียงอย่างเดียว รวมถึงดูข้อจำกัดของแต่ละฝ่ายว่ามีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เวลา อำนาจการตัดสินใจ และ งบประมาณ หรือเงินนั่นเองครับ
l ใช้วิธีพูดคุย เกลี้ยกล่อมให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพราะนี่คือ ขั้นตอนแห่งการพยายามทำให้ลูกค้าตกลงตามที่เราต้องการ โดยคุณจะ ต้องยกเหตุผลจูงใจต่างๆ มาเสริมเพื่อให้ลูกค้าคล้อยตามคำพูดของเรา อย่างไร ก็ตามคุณต้องรู้จักคำว่า “ให้” และทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่า หากทำธุรกิจกับเราแล้วมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้จริง
l สร้างกำลังใจ ในตัวเอง เพราะหากเรามีกำลังใจดี ประกอบกับ ความพร้อมของข้อมูลต่างๆ จะทำให้เราเกิดความมั่นใจ กล้าพูด หรือแสดง ความคิดเห็นต่างๆ และพร้อมที่จะเปิดการเจรจาในทุกเมื่อ
ทั้งหมดไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่ก็น่าจะพอช่วยให้การเจรจาต่อรองครั้งต่อไป ของคุณไม่ใช่เรื่องยากหากแต่ความผิดพลาดที่มักจะเกิดในการเจรจา ก็คือ การพูดวนไปวนมาที่เดิม บางครั้งมากเกินไปจนดูไร้สาระ ประชดประชัน เยาะเย้ย ข่มขู่เพื่อเอาชนะ ทำตัวอวดฉลาด ประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามด้อยกว่าเรา และการไม่กล้าปฏิเสธหรือ ไม่กล้าต่อรอง ขจัดความไม่กล้าออกไป ครับและปรับใช้แนวทางที่ผมนำเสนอ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
(
การเจรจาต่อรองเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ เพราะคนที่มีเทคนิค การต่อรองชั้นยอดสามารถสร้างข้อได้เปรียบให้แก่งานของตนเอง ตลอดจนสร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้มากมาย อย่างไรก็ตามการ ต่อรองที่เหมาะสมนั้น ต้องทำให้ทุกฝ่ายอยู่บนเงื่อนไขที่ดีที่สุด ลงตัวที่สุด ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) การมุ่งที่การเอาชนะ เอาเปรียบอีกฝ่าย มุ่งแต่ผลประโยชน์ของตัวเองแต่เพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่ทางออกสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้เป็นแน่
การเจรจาให้ได้ผลนั้น ต้องมีการเตรียมตัวที่ดี กล่าวคือ คุณต้องเตรียม จุดมุ่งหมายของการพูด ศึกษาความเป็นไปได้ว่าเรามีแนวโน้มสักกี่มากน้อย ที่จะประสบความสำเร็จ และที่ขาดไม่ได้คือ หาข้อมูลของลูกค้าที่จะเข้าพบ อาจต้องซ้อมหลายๆ ครั้งว่าจะเข้าไปพูดอย่างไร จะสร้างความน่าสนใจให้ผู้ฟัง ได้อย่างไรด้วยนะครับ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทกว้างๆ คือ
1. ชอบวางอำนาจ พูดจาก้าวร้าว ใจร้อน วางตัวเป็นใหญ่ เมื่อพบคนแบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือทำพยายามพูดให้ตรงประเด็นที่สุด
2. เฉย พูดน้อย ไม่แสดงความรู้สึก ต้องชวนคุยกระตุ้นให้เกิดความสนใจ วิเคราะห์หาความต้องการที่แท้จริงให้เจอ
3. ประเภทขาดความเชื่อมั่น สองจิตสองใจ หรือตัดสินใจช้า ต้องไม่เร่งลูกค้ามาก จนเขาขยาดเรานะครับ พยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ การตัดสินใจของเขา ตลอดจนอ้างอิงบุคคลที่สาม เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงต่างๆ
4. ประเภทละเอียดทุกขั้นตอน เราก็ต้องละเอียดตาม อธิบายเนื้อหาให้ชัดเจน ตัวเลขถูกต้อง ทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นคนรอบคอบและไม่คิดเอาเปรียบเขา
เมื่อเราผ่านช่วงต้นของการเตรียมตัวเพื่อการเจรจา ดังข้างต้นไปแล้ว คุณต้องใช้กลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง ดังต่อไปนี้
l พยายามหาความต้องการของทั้งสองฝ่าย ด้วยการรู้จักฟัง และใช้เทคนิคการถามที่ถูกต้อง อาจจะเป็นคำถามแบบปลายเปิด ปลายปิด หรือ มีตัวเลือกบ้างสลับกันไปเพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงประเด็น
l ทำให้ลูกค้ารู้สีกเป็นหนึ่งเดียวกับเรา เสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการ ของเขาให้ได้ อย่าเสนอแต่ในสิ่งที่เรามีเพียงอย่างเดียว รวมถึงดูข้อจำกัดของแต่ละฝ่ายว่ามีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น เวลา อำนาจการตัดสินใจ และ งบประมาณ หรือเงินนั่นเองครับ
l ใช้วิธีพูดคุย เกลี้ยกล่อมให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพราะนี่คือ ขั้นตอนแห่งการพยายามทำให้ลูกค้าตกลงตามที่เราต้องการ โดยคุณจะ ต้องยกเหตุผลจูงใจต่างๆ มาเสริมเพื่อให้ลูกค้าคล้อยตามคำพูดของเรา อย่างไร ก็ตามคุณต้องรู้จักคำว่า “ให้” และทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่า หากทำธุรกิจกับเราแล้วมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้จริง
l สร้างกำลังใจ ในตัวเอง เพราะหากเรามีกำลังใจดี ประกอบกับ ความพร้อมของข้อมูลต่างๆ จะทำให้เราเกิดความมั่นใจ กล้าพูด หรือแสดง ความคิดเห็นต่างๆ และพร้อมที่จะเปิดการเจรจาในทุกเมื่อ
ทั้งหมดไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่ก็น่าจะพอช่วยให้การเจรจาต่อรองครั้งต่อไป ของคุณไม่ใช่เรื่องยากหากแต่ความผิดพลาดที่มักจะเกิดในการเจรจา ก็คือ การพูดวนไปวนมาที่เดิม บางครั้งมากเกินไปจนดูไร้สาระ ประชดประชัน เยาะเย้ย ข่มขู่เพื่อเอาชนะ ทำตัวอวดฉลาด ประเมินว่าฝ่ายตรงข้ามด้อยกว่าเรา และการไม่กล้าปฏิเสธหรือ ไม่กล้าต่อรอง ขจัดความไม่กล้าออกไป ครับและปรับใช้แนวทางที่ผมนำเสนอ ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน
(
วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)